ReadyPlanet.com


บ่าวรับใช้กรรมคนที่1 - กรรมของคนตีหมาตายสามสิบตัวภายในวันเดียว (ปรับปรุง)


บ่าวรับใช้กรรม คนที่ 1

กรรมของคนตีหมาตายสามสิบตัวภายในวันเดียว

 

วันนี้ผมรู้สึกหม่นหมองในจิตใจอย่างบอกไม่ถูก  ตื่นเช้ามาด้วยจิตที่ไม่แจ่มใสเลย  รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ว่าจะเจอเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับจิตใจผมในวันนี้   ผมลุกไปล้างหน้าล้างตา  อธิษฐานในใจว่าขออย่างให้มีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นเลย   พักหนึ่งไม่กี่วินาที เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น  ราวกับเป็นสัญญาณเตือนภัยอะไรบางอย่าง  ผมสะดุ้งเฮือกเพราะจิตใจมัวแต่เหม่อลอยค้างเติ่งอยู่กับความรู้สึกแปลกๆ เมื่อครู่   ผมสลัดไล่ไอหมอกแห่งความมืดมนออกไป  และตรงไปรับโทรศัพท์ที่อยู่บนหัวเตียง

“ฮัลโหล สวัสดีครับ ผมแบงค์ครับ”

“เออ... คุณแบงค์เหรอครับ”  เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น

“อ้อ...ใช่ครับ แบงค์เองครับ” 

“พอดีมีคนแนะนำมาครับ ว่าให้มาดูดวงกับคุณ”

“อ้อครับ”  ผมเข้าใจในทันทีว่าภารกิจของผมกำลังจะเริ่มในไม่ช้า 

“วันนี้คุณแบงค์ สะดวกไหมครับ  อยากรบกวนช่วยดูดวงให้ผมหน่อยครับ” 

ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่แสดงอารมณ์ว่าอยากจะดูดวงจริงๆ เอาซะเลย  แต่ทว่ากลับแฝงไปด้วยกลิ่นไอแห่งความทุกข์อยู่เต็มปรี่

“อ้อได้ครับ  สักประมาณบ่ายโมงได้ไหมครับ....”

“ได้ครับ ช่วงบ่ายผมว่างพอดี  ขอเป็นแถวๆศูนย์หนังสือในมหา’ลัยนะครับ”

“อ้อครับ  ตรงนั้นก็เงียบดีครับ  แล้วเจอกันนะครับ บ่ายโมงตรง”

 

หลังจากนัดแนะเวลาและสถานที่เสร็จ ผมวางสายลง  ยิ่งกลับรู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก เป็นความรู้สึกเดิมเหมือนกับตอนตื่นขึ้นมาใหม่ๆ  แต่ทว่าตอนนี้มันทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว  ทำไมนะผมถึงตัวชาและหนาวยะเยือกขึ้นมาอย่างน่าประหลาด   ชายคนนั้นเขาเป็นใครกันแน่  คลื่นพลังที่ส่งมาตามสัญญาณโทรศัพท์ที่มีความถี่แรงสูงทำให้ผมสะท้านถึงเพียงนี้  เป็นคลื่นพลังงานจากคนที่มีกรรมที่ไม่ธรรมดาแน่ 

เขาไปทำอะไรมานะ  ชายคนนี้....

 

ปกติเวลาคนโทรมานัดแนะดูดวงกับผม ผมจะรับรู้ถึงคลื่นพลังบางอย่างอยู่เสมอ เป็นปกติเลยที่ความรู้สึกแรกตอนที่รับโทรศัพท์จะตรงกับดวงที่คนๆ นั้นประสบพบเจออยู่   อย่างวันใดที่รับสายด้วยอารมณ์แจ่มใส  ดวงของลูกค้าคนนั้นที่โทรมาก็จะดีเป็นพิเศษ  แต่ในทางกลับกันหากรับรู้ถึงสัมผัสแปลกๆ ตั้งแต่ตอนคุยกันทางโทรศัพท์ ดวงชะตาของคนผู้นั้นอาจมีเรื่องเลวร้ายได้  อย่างในเช้าวันนี้ที่ผมรับสายชายผู้นี้.... 

ผมสังหรณ์ใจเป็นอย่างมากกับดวงชะตาวันนี้ที่จะไปเปิดให้กับชายผู้นี้ในช่วงบ่ายของวัน  ว่าอาจไม่ค่อยสู้ดีนัก และอาจเป็นภาระให้ผมต้องแก้ไข  บอกทางออกนานเป็นชั่วโมงๆ แน่  เพราะท่าทางเคราะห์กรรมจะหนักเลยทีเดียว    ผมสลัดไล่ความกังวลนั้นออกไป  ตั้งใจสวดมนต์ไหว้พระ ขอพรให้องค์เทพที่เป็นบรมเทพบรมครูของผม ให้มาดลจิตดลใจในการอ่านคำพยากรณ์ และสัมผัสจิต สแกนภาพในอดีตชาติให้ชัดเจนด้วยเถิด  ขออำนาจบารมีขององค์พระศรีคเณศมหาเทพ และญาณอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ในการทำนายให้ถูกต้องแม่นยำด้วยเถิด

“โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา...”

พระพิฆเณศเป็นมหาเทพที่ผมบูชาด้วยความศรัทธา ผมจะขอพรท่านทุกครั้งก่อนออกไปทำงานเป็นหมอดูเปิดกรรมและเปิดดวงชะตาให้คนอื่น   และมักจะหลุดคำทำนายแปลกๆ ออกไปสร้างความอึ้งและทึ่งในความแม่นยำให้กับลูกค้าแทบทุกครั้ง 

ที่เป็นนักพยากรณ์ได้จนทุกวันนี้นี้ก็เพราะอำนาจบารมีที่ได้จากองค์พระศรีคเณศนี่แหละครับ

 

และแล้วเวลาก็เคลื่อนคล้อยมายามบ่าย

ขณะนี้ผมนั่งคอยลูกค้าที่โทรนัดกันแต่เช้า อยู่ด้านหน้าศูนย์หนังสือมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยที่ซึ่งเป็นสถาบันอันทรงเกียรติของผมเอง 

ไม่กี่นาที ภาพชายรูปร่างเล็กผิวคล้ำดำ ผอมแก้มตอบ ใส่เสื้อโปโลสีฟ้าก็เดินตรงมาหาผม ราวกับรู้จักหน้าตาผมมาก่อน  ดูจากวัยแล้ว น่าจะเกินสามสิบไปแล้ว  แต่ผิดคาด  ชายผู้นี้อายุเพียงยี่สิบหกเท่านั้นเอง  ผมรู้สึกตกใจกับใบหน้าอันกร้านโลกของเขามาก  น่าจะผ่านมรสุมในชีวิตมาเยอะเลยทีเดียว  ความรู้สึกแรกในตอนเช้าที่ตื่นขึ้นมา บวกกับความรู้สึกแปลกๆ ตอนได้รับสายเขา  และพอมาเจอตัวกันจริงๆ  ความรุนแรงของกระแสกรรมนั้นได้ทวียิ่งขึ้นจนผมปวดหัว แน่นหน้าอกไปเลย  ผมต้องสูดหายใจ ขอจิบน้ำสักครู่ก่อนจะได้เอ่ยอะไรต่อไป 

“สวัสดีครับ  เชิญนั่งครับ”  ผมกล่าวทักทาย

เขานั่งลงตรงหน้าผม ใบหน้ายิ้มน้อยๆ อย่างเคอะเขินที่ผมนั่งจ้องหน้าเขาตาไม่กระพริบ   เขาพยายามหลบตาผม คงอายที่มีคนจ้องนานๆ   และคงรู้สึกแปลกใจว่าทำไมผมถึงจ้องหน้าเขานิ่งขนาดนั้นด้วย  ผมบอกไปว่าผมกำลังสแกนหากรรมให้พี่อยู่  ใจเย็นๆ  ไม่ต้องตกใจ ...

ผมก็ใช้สมาธิค้นหาอดีตชาติให้เขาก่อนที่จะดูดวงด้วยไพ่ยิปซี  ก็เหมือนปกติที่เคยดูกับคนอื่นๆ  ผมก็จะสแกนฝ่ามือ นั่งมองหน้าตรวจหาอดีตกรรมของเขาก่อนที่จะ เริ่มทำนายดวงในชาตินี้   เหตุผลเพราะจะได้รู้คร่าวๆว่า  อดีตชาติกรรมหนักหรือกรรมเบา  ไปทำอะไรมาไว้บ้าง และจะส่งผลอะไรต่อดวงชะตาในชาตินี้บ้าง  คือจะได้เกริ่นก่อนเปิดไพ่ตรวจดวงกันเลยว่าไพ่ที่จะได้ในวันนี้จะออกมาแนวไหน...  พูดง่ายๆก็คือ  รู้ดวงชะตาคร่าวๆ ในชาตินี้ได้เลยก่อนเปิดไพ่กันจริงๆ  รู้ได้จากการสแกนหากรรมในอดีตชาติกันก่อน และนั่งคิดถึงหลักเหตุผลว่า ไปทำแบบนี้มาน่าจะเกิดผลแบบใดตามมาในชาตินี้   ซึ่งผมใช้วิธีนี้ในการทำนายทุกครั้ง ก็หลายครั้งเลยทีเดียวที่สร้างความขนลุกขนชันให้กับลูกค้าที่มารับคำทำนายจากผม...

 

หลังจากที่ผมได้เข้าไปตรวจค้นอดีตชาติในกระแสจิตของพี่ลูกค้าคนนี้แล้ว  ผมแทบอึ้งกับภาพที่เห็น เกิดอาการตกใจเล็กน้อยถึงปานกลาง  แต่ก็พยายามระงับอารมณ์ตกใจลง ไม่ให้เกิดขึ้นบนสีหน้าผม เกรงว่าจะสร้างความกังวลให้กับเขาได้  และผมก็ค่อยๆ เอื้อนเอ่ยออกไปช้าๆ อย่างใจเย็นว่า

“อดีตชาติยังไม่ชัดเจนนักนะครับ  เพราะกรรมในชาตินี้ที่พี่ก่อมันหนักกว่า...”

พอพูดจบหน้าเขาซีดไปเลยทีเดียว  ผมเกรงว่าเขาจะสงสัย เลยรีบพูดต่อไปในทันทีเลยว่า

“พี่เบียดเบียนสัตว์มามากในชาตินี้  ฆ่าสัตว์จำนวนมาก  มีสัตว์ต้องตายเพราะพี่มากมาย ผมนับไม่ได้ว่ากี่ตัว แต่รู้ว่าเยอะมาก...”

ชายคนนั้นนิ่งอึ้งไป ผมสังเกตเห็นเขากลืนน้ำลายดังเอือก  คิดว่าน้ำลายคงเหนียวติดคอเพราะกำลังลุ้นระทึกคำทำนายผมอยู่  ไม่ช้าเขาก็พูดออกมา

“ใช่ครับ”  เขายอมรับแต่โดยดี    ผมเผลอทำหน้าดีใจเล็กน้อยที่เขายอมรับ  ราวกับผมเป็นตำรวจที่ไล่บี้ในการสอบปากคำนักโทษให้รับสารภาพ  และตำรวจก็คงดีใจเช่นกันที่ผู้ต้องหาสารภาพออกมาโดยไม่ต้องเค้นอะไรให้เหนื่อยแรง   อาจเรียกว่า ผมแค่ใช้ไฟฉายส่องหน้าให้เขาสารภาพในสิ่งที่ก่อไว้ในอดีต เขาก็ยอมรับแล้ว 

“สัตว์ที่ผมเห็นในมอนิเตอร์ที่กำลังฉายอยู่บน หน้าพี่นั้น มีหมา  มี....”

“ใช่ครับ  ผมฆ่าหมาตาย”  ยังไม่ทันที่ผมจะสาธยายอะไรต่อว่าเห็นอะไรบ้าง เขาก็รีบบอกทันควันตั้งแต่สัตว์ชนิดแรกแล้ว 

“อ้อครับ... นั้นแหละครับที่ผมเห็น...  ผมเห็นเป็นภาพพี่ตีหมา ทุบหมา ลากหมาที่ตายไปทิ้ง ไปกองรวมกันเยอะมาก พี่ทำแบบนั้นมาใช่ไหมครับ”   ผมเริ่มซักต่อ

“ใช่ครับ...”  เขาตอบด้วยสีหน้านิ่งสงบ ระคนความเครียดที่แฝงอยู่ลึกๆ  

“อยากทราบไหมครับว่าผลกรรมที่ได้คืออะไร...”  ผมเสนอ

“คงเลวร้ายน่าดูใช่ไหมครับ”  เขาพูดกึ่งตลกกึ่งเครียด

“ก็... น่ากลัวประมาณหนึ่ง....”  ผมพยายามพูดหลีกไม่ให้เขาคิดมาก ก่อนที่จะพูดต่อไป

“ผลกรรมที่ได้รับจากการเบียดเบียนสัตว์นั้นทำให้มีสุขภาพย่ำแย่ มีโรคร้าย  อายุสั้น....”

“ครับ  เป็นโรคหัวใจอยู่ครับ...” เขาบอกผม

“การกระทำครั้งนั้นในอดีตแรงมากเลยนะครับ  ตีหมาตาย  ก็ระวังว่าจะโดนคนทำร้าย เหมือนกับที่เราไปทำร้ายมันด้วยนะครับ”

“ใช่ครับ  ผมเคยโดนยิง โดนฟันมาแล้ว แต่ก่อนทำตัวซ่าครับ”  เขาก็ยอมรับอีกเช่นกัน

“และอาจสูญเสียคนในครอบครัวไปด้วยนะครับ  เช่นพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่ง  หรืออาจจะเป็นพี่น้องของพี่เองก็ได้ครับ  หากยังไม่สูญเสียระวังผลกรรมตรงนี้ด้วยนะครับ”

แต่น่าเสียดายผมเตือนเขาไม่ทันเสียแล้ว

“พ่อผมกับน้องชายเพิ่งตายไปเมื่อสองปีที่แล้วเองครับ....” เขาบอกด้วยสีหน้าสลด

“พ่อเป็นมะเร็งตาย ส่วนน้องชายโดนรถชนเละคาที่เลยครับ”

ด้วยคำพูดนี้ทำเอาผมตกใจเลยทีเดียว    และอยากจะรู้รายละเอียดมากขึ้นกว่านี้ว่าเหตุใดเขาจึงไปตีหมาตายเยอะขนาดนั้น  ผมจึงขอให้เขาเล่า ซึ่งเขาก็เต็มใจที่จะเล่าให้ฟัง  

“เมื่อตอนเรียนอยู่ม.ปลาย  ผมช่วยพ่อตีหมาตาย  เพราะมันมากัดไก่ชนในเล้าตายทุกวันเลย...”

“อ้อครับ...”  ผมนึกในใจว่าสาเหตุที่พ่อเสียด้วยโรคร้ายไปด้วยเป็นเพราะเป็นคนสั่งเขาให้ช่วยกันตีหมาตายนี่เอง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เกรงว่าจะสร้างความสะเทือนใจไปมากกว่านี้

“แต่ก่อนอยู่ชนบท หมาแถวนั้นมันเยอะมากเลย  เข้ามากินไก่ทุกวัน ตอนแรกพ่อก็แค่ไล่เฉยๆ  แต่พอมาหนักๆเข้าก็ทันไม่ไหว  เรียกผมไปไล่ตี  ตอนนั้นพ่อก็โกรธ ผมก็โกรธ เพราะไก่ชนตัวนึงก็เป็นหมื่นเลย  เลยตีไม่ยั้งมือ  ไม่มีตัวไหนหนีรอดเลย  ตีหัว ตีหลังให้มันน็อก  และไล่ตีตัวอื่นต่อให้มันไปไหนไม่ได้ ตีเร็วมาก ช่วยกันกับพ่อ มันหนีไม่ทันหรอก  พ่อก็ช่วยตีไอ้ตัวที่ยังไม่ตายซ้ำให้มันตาย  เสียงร้องลั่นเอ็งๆๆ ไปทั่วเลย...”

ผมนั่งฟังเขาเล่าด้วยอาการหวาดหวั่นพรั่นพรึงสุดจะบรรยาย  เวรกรรมแท้ๆ  ทำสัตว์ไม่มีทางสู้ แต่เขากลับเล่าอย่างภูมิใจว่าได้ก่อวีรกรรมแบบนั้นมา   พรางทำมือทำไม้หวดตีหมาประกอบการบรรยายอย่างออกรสชาติ

“พอตีตายเสร็จ... ผมยังจำภาพได้หมดเลย ว่าผมเป็นคนลากมันไปกองรวมกันทีละตัว นับไว้เลยสามสิบตัวพอดีเป๊ะ...  หัวหูมันนี้นะเละ บูดเบี้ยว ลิ้นจุกปากตาย ดูไม่ได้เลย  ผมก็สงสารนะพอเห็นศพมันก็เวทนาแต่จะทำไงได้ล่ะครับ  มันมาฆ่าไก่ชนทุกวันเลย...”

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่กับเรื่องราวที่ได้ฟัง

“เอาเถอะครับ มันผ่านไปแล้ว  กรรมก็ได้รับแล้ว  ทั้งพี่และพ่อพี่...  อย่าก่อกรรมซ้ำอีกนะครับ แค่นี้ก็บาปพอแล้วครับ”   ผมบอกเขาด้วยน้ำเสียงสงบ  หวังให้เขาสำนึกมากขึ้นกว่าเดิมและจะได้คิดก่อนทำกรรมอะไรอีก

“แต่ว่าผมยังเห็น สัตว์อื่นอีกนะครับ”

“อะไรเหรอครับ”

“คล้ายๆ เต่าเลยครับ ที่เห็น แต่ไม่ค่อยชัดเท่าไหร่  มีนกด้วยนะครับ  ชาตินี้พี่จับนกมาย่างกิน ด้วยหรือเปล่าครับ”

เขาทำหน้าตกใจเล็กน้อย

“ใช่ครับ   เคยจับตะพาบน้ำกับนกมากินกันในบ้านบ่อยๆ  ก็ช่วยๆกันทำน่ะครับ”

ผมแอบตกใจขึ้นมาบ้าง  นึกในใจ ช่างทารุณสัตว์กันจริงๆนะบ้านนี้   

“อ้อที่เห็นเป็นตะพาบเองเหรอครับ นึกว่าเต่า  แล้วใครช่วยทำบ้างครับ”

“ก็พ่อนี่แหละครับ”

“มันคงเป็นสาเหตุที่ทำให้พ่อเกิดโรคมะเร็งด้วยนะครับ”

“และก็มีน้องชายอ่ะครับ ก็ช่วยๆกันทำ อร่อยดีนะครับเนื้อตะพาบ”

แน๊ะ! ตกลงสำนึกบ้างไหมเนี่ย  ผมคิดในใจ

“ตอนแรกพี่พูดเองไม่ใช่เหรอว่าน้องชายพี่ก็ตายในปีเดียวกับพ่อ ด้วยอุบัติเหตุ...”

“อ้อครับ... ที่ตายไปเพราะมาจากกรรมนี่เหรอครับ”

“ใช่ครับ  ที่เกิดเหตุสูญเสียขึ้นภายในปีเดียวกันแบบพี่ตั้งตัวไม่ติดแบบนี้ก็มาจากกรรมที่ก่อขึ้นมาพร้อมๆกันนี้แหละครับ”

“มันก็น่าอยู่หรอกครับ เพราะฆ่ากันทุกวันเลยครับ  แต่คิดแค่ว่ามันเป็นอาหารก็ไม่น่าบาปอะไร”

“ตะพาบน้ำเนี่ยนะครับเป็นอาหาร

ผมตกใจ  แต่เขาแค่ยิ้มเล็กน้อย

“แล้วพี่ฆ่ามันยังไงล่ะครับ”

หลังจากนั้นเขาก็บรรยายขั้นตอนการฆ่าอย่างโหดร้ายให้ผมฟัง 

“ก็จับมันลงหม้อน้ำร้อนต้มเป็นๆ เลย”

พูดแค่นี้ทำเอาผมเสียววาบเลย  อะไรจะทารุณปานนั้น

“ระวังด้วยนะครับ  การเบียดเบียนสัตว์แบบนั้น หากกรรมไม่ตกถึงเราเอง ก็จะตกถึงลูกหลานของเราได้ครับ”

เขานิ่งไปชั่วขณะ ก่อนที่จะมีคำถาม

“ที่หลานผมพิการนี้เป็นเพราะตะพาบตัวนี้ด้วยหรือเปล่าครับ”

“คงใช่ครับ...”   ผมคิดในใจ ว่า ตายแล้ว หลานเกิดมาพิการเลยเหรอเนี่ย

“แล้วพิการยังไงครับ” ผมถามต่อ

“ปากแหว่ง เพดานโหว่น่ะครับ” เขากล่าว

“แล้วพี่ไปทำอะไรปากตะพาบหรือเปล่าครับ”

เขาตอบออกมาทันที เหมือนรู้สาเหตุเป็นอย่างดีเลยว่า “ก็พี่ชายผม พ่อของเด็กคนนั้นน่ะครับ  ใช้ตะขอเหล็กเสียบปากตะพาบ ก่อนหิ้วลงหม้อต้ม”

เจ้าประคู้ณ!!! 

อะไรจะโหดร้ายขนาดนั้น

เท่าที่ดูดวงคนมายังไม่มีใครทรมานสัตว์ได้โหดร้ายเท่าเคสนี้เลย ไม่น่าล่ะตอนตื่นมาถึงรู้สึกหมองหม่นยังไงชอบกล  ได้มาเจอเรื่องที่น่าตกใจแบบนี้นี่เอง ไม่สงสัยอีกแล้ว

“แต่กรรมครั้งนี้ ก็มีสาเหตุเพราะพ่อของเด็กเองด้วยนะครับ ไม่ใช่พี่ทั้งหมด  พี่ชายพี่ทำตะพาบตอนที่เมียเขาท้องอยู่หรือเปล่าล่ะครับ”

“ใช่ครับ... มีคนห้ามแล้วนะครับ ว่า เมียท้องอยู่ห้ามทรมานสัตว์ ห้ามฆ่าสัตว์ แต่เขาจะกินซะอย่าง ไม่ฟังใครเลยครับ”

“อ้อครับ...  ทั้งๆ ที่มีความเชื่อแบบนี้อยู่แล้ว แต่ก็ห้ามความอยากกินไม่อยู่  ผลกรรมเลยตกที่ลูก น่าสงสารเด็กจังเลยนะครับ  แต่คงเป็นกรรมของเด็กเองด้วยที่ต้องเกิดมาในจังหวะนั้นพอดี”

“ครับ”

“จำไว้นะครับ อย่าเบียดเบียนสัตว์อะไรอีกเป็นอันขาด   เพราะอายุของพี่ก็ไม่ยืนมากนัก”  เขายอมรับ และตัวเขาเองก็รู้อยู่แล้ว ว่าคงอยู่ได้ไม่นานนักเพราะเขา เจ็บหัวใจและทำงานหนักไม่ได้ เพราะโรคหอบหืด และโรคหัวใจ ผมก็เตือนเขาว่าอย่างไรก็ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆ นะครับ  ทำบุญกับสัตว์เยอะๆ  อย่าสร้างกรรมเพิ่มอีกนะครับ ทีแล้วก็ให้แล้วไป....

 

แต่เคสลูกค้าคนนี้ เห็นทีจะไม่จบลงไปง่ายๆ  เพราะผมแวบเห็นดวงจิตเด็กชายคนหนึ่งลอยอยู่ข้างบนไหล่ขวาของเขา  ผมเลยพูดออกไปด้วยความตกใจ

“อุ้ย!  เด็กที่ไหนตามพี่มาเนี่ย”

เขาก็มีอาการตกใจเช่นกัน    เรียกว่าดูดวงให้คนนี้แล้วมีแต่เรื่องให้ใจหายใจคว่ำตลอดเลยตั้งแต่ต้น

“เด็กผู้หญิงผู้ชายครับ” เขาถาม

“ดวงจิตไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ครับ แต่น่าจะเป็นผู้ชาย  เหตุที่ไม่ชัดนักน่าจะเป็นเพราะว่าเขาแท้งไปก่อนเวลาอันควรหรือยังไม่เป็นรูปร่างดีก็ว่าได้”

และแล้วเขาก็สารภาพออกมาจนได้

“ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ  แต่แฟนเก่าผมตอนที่คบกันอยู่ตอนอายุยี่สิบต้นๆ  เขาอยากให้เอาเด็กออก เขาไม่อยากเอาไว้ เพราะเขาไม่ชอบผม เขาจะเลิกกับผม  ผมขอร้องเท่าไหร่เขาก็จะเอาออก....”   เขาเล่าไปด้วยน้ำเสียงสลดหดหู่และสำนึกผิดอย่างมาก   “แต่ผมบอกว่าให้เอาไว้ได้ไหม ผมจะเลี้ยงเอง ...”  

ผมก็นับถือในความเป็นคนดีของเขาก็ตรงนี้แหละครับ ช่างมีน้ำใจประเสริฐจริงๆ  หาได้ยากนักผู้ชายที่ทำผู้หญิงท้องแล้วจะรับผิดชอบเลี้ยงดูเอง ทั้งที่ฝ่ายหญิงจะเอาออก  

“นี่แหละครับ เป็นสาเหตุที่ทำไม วิญญาณลูกพี่ถึงไม่ได้ตามแม่เขาที่ทำแท้งเขาไป แต่กลับตามพี่... เพราะเขาคงรู้ว่าใครต้องการเขาจริงๆ”

“ก็ใช่ครับ  ผมต้องการเลี้ยงเขา  พอรู้ว่าห้ามแฟนไม่ได้แล้ว ยังไงเขาก็จะเลิกกับผมให้ได้  เขาก็ไปทำแท้ง ผมเป็นคนพาเขาไปเอง  ออกเงินให้เขาด้วย มันเจ็บปวดมากๆ เลยครับ”   เขาเล่าอย่างเจ็บปวดจริงๆ  แววตาแฝงประกายแห่งความทุกข์อย่างเห็นได้ชัด



ผู้ตั้งกระทู้ BankTarot :: วันที่ลงประกาศ 2009-03-21 16:57:32


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.