ReadyPlanet.com


บ่าวรับใช้กรรมคนที่ 3 ภาคที่สอง-หมาน่าเบื่อ เลยเบื่อหมา


บ่าวรับใช้กรรมคนที่  3  เรื่องของพี่นางภาคที่สอง

หมาน่าเบื่อ เลยเบื่อหมา

 

 

ผมกราบขอพรต่อบรมเทพบรมครูของผม  พระพิฆเณศ ก่อนจะลงมาปฏิบัติภารกิจเปิดดวงชะตาให้กับพี่นางตามเวลาที่นัดเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน   ตามจริงผมรู้สึกตั้งแต่เมื่อวานตอนที่ไปสแกนหาสารแขวนลอยคนร้ายที่มาขโมยกระปุกเงินในร้านของพี่นางแล้วว่า  ดวงชะตาของพี่นางนั้นต้องมีเรื่องให้ผมปวดหัวแน่ เพราะไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่นอน   ผมเห็นดวงจิตเด็กสองคนตามติดพี่นางตลอดเวลามาตั้งนานแล้ว  เห็นมาตั้งแต่ไปซื้อข้าวกับเขาวันแรก แต่ตอนนั้นยังไม่ได้เปิดเผยตัวว่าตนเองเป็นหมอดู และอีกอย่างไม่กล้าบอกกลัวว่าเขาจะตกใจไม่มีจิตใจทำอาหารอร่อยๆ ให้ลูกค้าไปเสียก่อน

ดวงจิตเด็กทั้งสองนั้น เท่าที่ผมสัมผัสได้น่าจะเป็นลูกของเขานั่นเอง 

หรือว่า...

พี่นางเคยทำแท้งมาแล้วสองหน...

แต่ด้วยความที่เขามีลูกสาวแล้วสองคนในปัจจุบัน  คนเล็กอยู่อนุบาลคนโตอยู่ประถมสอง  มันทำให้ผมไม่แน่ใจขึ้นมาว่า พี่นางจะเคยทำแท้งมาก่อนหรือเปล่า...

แต่ดวงจิตของเด็กชายทั้งสองยืนยันกับผมแบบนั้น...

ใช่ พวกเราเป็นลูกพี่นาง...

ก่อนหน้านั้นผมก็เห็นพวกเขาวิ่งเล่นในร้านมาตลอด   นั่งเขียนหนังสืออยู่ที่โต๊ะ นั่งวาดรูป และซุกซนตามประสาเด็ก  ทีแรกก็นึกว่าพี่นางเลี้ยงกุมารหรือเปล่า   แต่พอทราบความจริงว่า

 

“พี่เป็นคนอิสลามค่ะ”

“อ้าว  ศาสนานี้ไม่ให้ดูดวงไม่ใช่เหรอครับ”

“ใช่ค่ะ  แต่พี่ไหว้ขออนุญาตแล้ว  เพราะพี่มีเรื่องเครียดอยากดูค่ะ... กำลังหาหมอดูอยู่พอดี  ไม่คิดว่าน้องแบงค์จะเป็นหมอดู  จุดใต้ตำตอจริงๆเลยนะคะ”

 

นั่นทำให้ผมมั่นใจขึ้นว่าเด็กทั้งสองนั้นไม่ใช่กุมารแน่ เพราะชาวมุสลิมไม่เลี้ยงกุมารอยู่แล้ว    แต่เดิมผมไม่ทราบมาก่อนเลยว่าพี่นางจะเป็นคนมุสลิม  เพราะไม่ได้ใส่ผ้าคลุมศีรษะ  แต่ลักษณะหน้าตาพี่เขาก็ออกไปในทางนั้นอยู่บ้างเหมือนกัน  ไม่แปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมร้านนี้ไม่ขายหมู   ผมก็เพิ่งนึกขึ้นได้เหมือนกันว่า  ที่ผ่านมาเราก็กินแต่ไก่ทอดร้านนี้มาตลอด ไม่เคยสั่งเมนูหมูเลย  พอเพื่อนๆ สั่ง เขาก็บอกว่า ร้านนี้ไม่ขายหมู   ผมก็ยังไม่เอะใจอะไรว่าพี่เขาเป็นมุสลิม  ก็ด้วยที่เพราะพี่บอยสามีเขาเป็นคนไทยพุทธแท้ๆ  หน้าตาไม่เป็นมุสลิมเลย มาอยู่ด้วยกัน ทำให้ภาพความเป็นมุสลิมนั้นไม่ปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อย   พี่นางเล่าให้ฟังว่าพี่บอยก็ต้องเปลี่ยนศาสนามาเข้ารีตตามบ้านเขาเหมือนกัน  (นี่แหละรักแท้ ยอมเปลี่ยน)

วันนี้พี่นางคงมีเรื่องร้อนใจอยากดูดวงจริงๆ เพราะถึงขนาดต้องปิดร้าน ยกหูโทรศัพท์ออกไม่ให้ลูกค้ามากวนใจกันได้เลย   น่าแปลกมากเลยที่ผมมาหาเขาและเปิดตัวว่าเป็นหมอดู ตอนที่เขากำลังต้องการพอดี  ต้องมีเรื่องอะไรใหญ่ๆ รอผมอยู่แน่นอน 

 

“โอเคนะครับ เอาเป็นว่าอนุญาตให้ผมตรวจดวงพี่นางได้นะครับ”   ผมเน้นยำอีกทีเพื่อความมั่นใจว่าผมจะไม่ทำบาป หรือทำอะไรที่ล่วงกฎศาสนาของพี่นาง  ในเมื่อเจ้าตัวยืนยันว่าอยากให้ช่วยดูเสียงแข็งแบบนั้นแล้ว และดูว่ามีเรื่องทุกข์ร้อนจริงๆ ผมก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกครับ

ผมก็ลงมือทำการสแกนหาเจ้ากรรมนายเวร และอดีตชาติให้พี่นางก่อนเลย  โดยหลับตา วางมือลงบนฝ่ามือพี่นาง ทำสมาธิครู่หนึ่ง และลืมตาขึ้นมาจ้องมองภาพที่ปรากฏอยู่ในจอภาพที่กำลังฉายเรื่องราวในอดีตชาติให้เห็น จอภาพนั้นกำลังเล่นอยู่บนตัวพี่นาง   ทำให้ผมรู้เรื่องราวได้คร่าวๆ ในฉากหนึ่งของพี่นางที่เคยทำกรรมเอาไว้ในอดีตชาติ

“ก่อนอื่นผมต้องถามก่อนว่า...  พี่นางเชื่อในเรื่องชาติที่แล้วไหมครับ ศาสนาอิสลามเชื่อเรื่องนี้ไหมครับ”

“ตามจริง  ในศาสนานี้เขาไม่เชื่อเรื่องชาติภพหรอกค่ะ  เชื่อว่าชีวิตเกิดมามีหนเดียว และไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด ตายไปดวงวิญญาณจะได้ไปอยู่กับพระอัลเลาะห์ค่ะ ไม่มีการเกิดอีก”  พี่นางอธิบาย  ทำให้ผมรู้สึกว่าสิ่งที่ผมจะพูดไปนั้น เขาจะเชื่อไหมเนี่ย เลยเริ่มหนักใจขึ้นมา

“เอาเป็นว่า ไม่ต้องเชื่อผมก็ได้นะครับ คิดเสียว่าฟังนิยายปรัมปราสักเรื่องหนึ่งก็ได้ครับ”  ผมพูดแบบนั้น

“ถึงแม้ชาตินี้พี่นางจะอยู่ในร่มเงาศาสนาอิสลามนะครับ แต่ว่ากรรมในชาติก่อนที่พี่เคยก่อมา ก็ส่วนกรรมนะครับ พี่อาจจะต้องชดใช้มันอยู่ดีนะครับ ไม่อาจหนีเวรกรรมพ้นครับ” ผมอธิบาย

“ชาติก่อนพี่นางเคยเกิดเป็นผู้ชาย  ชายคนนั้นได้ก่อกรรมปาณาติบาต คือการฆ่าสัตว์ โดยการวางยาเบื่อสุนัขตายนับสิบๆ ตัว และทำอยู่บ่อยๆ ด้วยครับ... เพราะเหตุที่สุนัขเหล่านั้นสร้างความรำคาญให้กับเขามาก เห่าโหยเสียงดัง สร้างความสกปรกบริเวณบ้าน และมารื้อขยะหน้าบ้านอยู่เป็นประจำ  ด้วยความที่ชายผู้นั้นซึ่งก็คือพี่ในชาติก่อนเกิดโทสะ โมโหขึ้นมาเลยวางยาเบื่อพวกมันครับ”  ผมเล่าในภาพที่ผมเห็น

“โหดร้ายจัง   แล้วจะเกิดผลอย่างไรคะ” พี่นางถามด้วยน้ำเสียงกังวล

“ศาสนาอิสลามแม้ไม่เชื่อเรื่องชาตินี้ชาติหน้า แต่เชื่อเรื่องผลกรรมใช่ไหมครับ” ผมเกริ่น

“ใช่ค่ะ  ไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิดเหมือนในศาสนาพุทธ แต่เชื่อว่ากรรมมีจริงค่ะ ทำอะไรก็จะได้อย่างนั้นตอบแทน  แต่ก็จะมีการสารภาพบาปต่อพระเจ้าให้ล้างบาปให้เช่นกันค่ะ”

“คล้ายๆ คริสต์ใช่ไหมครับ”

“คงงั้นมั้งค่ะ ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำเหมือนกันหรือเปล่า”

“โอเคครับ เข้าใจแล้วครับ.... ผลที่ตามมานะครับ” ผมจะเข้าเรื่องเสียที เพราะเกรงใจศาสนาของอีกฝ่ายด้วยเลยทำให้ ต้องหยุดถามเป็นพักๆ เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกัน 

“ให้ระวังอาหารเป็นพิษ  อ้วกอาเจียน ท้องไส้ปั่นป่วน... ก็นึกภาพตามสิครับว่า หมากินยาเบื่อเข้าไปจะเป็นยังไง  พี่ก็จะเป็นแบบนั้นแหละครับ...”  พี่นางทำสีหน้าคล้อยตาม ผมก็บรรยายต่อไป  “และให้ระวังว่าชาตินี้พี่อาจต้องวางยาตัวเองก็ได้ครับ...”

“โห... ใช่เลยคะ น้องแบงค์   แต่ก่อนพี่ทำตัวเป็นเด็กใจแตก  ซ่าส์ทุกวัน ติดเหล้าเมายา  ติดจนลงแดงเกือบตายค่ะแต่กลับตัวทัน ค่อยๆ เลิกได้เอง…พี่ก็เคยอาหารเป็นพิษ นอนโรงพยาบาลมาค่ะอาการหนักมาก... เออจริงสิ  จะว่าไปพี่ก็เคยคิดฆ่าตัวตายด้วยการกินน้ำยาล้างห้องน้ำมาเหมือนกัน  แบบนี้เรียกว่าวางยาตัวเองหรือเปล่าค่ะ” พี่นางเล่าเป็นชุด 

“ก็นั่นแหละครับ”   ผมสรุปให้ว่ามันคือผลกรรม  “แสดงว่าพี่ได้รับผลกรรมมาแล้วนะครับ  ชาติที่แล้วพี่วางยาหมา  ชาตินี้พี่วางยาตัวเอง ตามจริงการติดยาก็เท่ากับเป็นการทำร้ายตัวเองเหมือนกันนะครับ...  แต่ผลกรรมจากการฆ่าสัตว์ยังไม่จบแค่นี้นะครับ”   ใช่ครับ ไม่ได้มีผลกรรมแค่นี้ หากใครได้อ่านในตอนที่แล้วดู ก็จะรู้ว่าผลแห่งการฆ่าสัตว์ ทำร้ายสัตว์นั้นมีอะไรบ้าง ได้แบ่งไว้เป็นสามประการแล้วในตอนที่แล้ว หากไม่รู้ ย้อนกลับไปอ่านได้ครับ

“ยังจะมีอะไรอีกเหรอคะ”

“พี่อาจจะสูญเสียลูก...  หรือไม่ก็เคราะห์กรรมนั้นจะตกถึงลูกพี่ด้วยนะครับ”

“ยังไงล่ะคะ” พี่นางซัก

“พี่น่าจะรู้ดีนะครับว่าพี่สูญเสียใครไปแล้วในอดีตถึงสองคน...”  ผมต่อยหมัดแย็บไปทีหนึ่ง เพื่อให้พี่นางได้ระลึกถึงลูกทั้งสองคนที่ยังคงติดตามเขามา

“อะไรนะคะ”  แต่เธอยังคงทำเป็นลืม “หมายความว่าอะไรคะ ไม่เข้าใจ” 

“คือ... ผมเห็นดวงจิตเด็กชายสองคน อยู่ในร้านนี้ครับ เขาบอกว่าเขาเป็นลูกพี่  แต่พี่ไม่ต้องการเขา พี่เคยทำแท้งมาเหรอครับ”  ผมฮุกซ้ายเข้าเป้าไปเต็มเปา

“อุ้ย   พี่นางอุทาน  “ใช่ค่ะ รู้ได้ไงคะ ว่าพี่เคยทำแท้ง”

“จะไม่รู้ได้ไง ก็ผมเห็น”  ผมตอบ  “เด็กทั้งสองคนนั้นยังอยากอยู่กับพี่  เขายังนั่งเล่น นั่งวาดรูป นั่งระบายสีอยู่บนโต๊ะตัวนั้นล่ะครับ”  ผมชี้ไปทางโต๊ะอาหารตัวหนึ่งในร้าน ที่ซึ่งมีดวงจิตทั้งสองนั่งอยู่  พี่นางหันตามไปดูทางที่ผมชี้อย่างช้าๆ  เหมือนหวาดกลัว

“ละ.. ละแล้วเขาโกรธพี่ไหมคะ”  เสียงตะกุกตะกักของพี่นางทำให้ผมรู้ว่าเธอก็กลัวบาปอยู่เหมือนกัน  เพราะผมเองก็เคยได้ยินว่าศาสนาอิสลามก็ห้ามทำแท้ง ถือว่าเป็นบาปอย่างมาก

“ไม่หรอกครับ  เขาทั้งคู่เข้าใจพี่  ว่าพี่ยังไม่พร้อม และหากให้เขาเกิดมาพี่ก็จะไม่มีปัญญาเลี้ยงพวกเขา เขาก็จะลำบากอยู่ดี   แต่บุญทั้งหมดที่พี่ให้เขา เขาได้รับนะครับ  และก็ไม่ได้อาฆาตอะไร เพียงแต่ที่เขาตามมาก็คงเป็นเพราะอยากอยู่กับแม่เขามากกว่าล่ะครับ...” ผมอธิบาย  “ก็ทำบุญตามศาสนาของพี่และอุทิศให้ลูกพี่ไปนะครับ” ผมแนะนำ

“จริงค่ะ... ตอนนั้นพี่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ยี่สิบเอง ก็คบกับพี่บอยเนี่ยแหละ แต่ก็พลาดท้องเสียก่อน ยังเรียนไม่จบเลย เลยตัดสินใจไปทำแท้ง พี่บอยพาไปค่ะ   กะว่าจะพลาดแค่หนเดียว ไม่อยากทำแล้วเพราะกลัวบาปมากเลย  แต่กลัวพ่อมากกว่า พ่อรู้ก็ตายอยู่ดี  แต่ดันมาท้องรอบสองอีก เลยต้องเอาออกอีกล่ะค่ะ ไม่รู้ทำไงนี่คะ”  พี่นางเล่าด้วยน้ำเสียงสำนึกในบาปจริงๆ   ผมก็นั่งรับฟังนิ่งๆ  “แต่ก็เหนียดให้เขาทุกครั้งนะคะ”

“เหนียด   ผมสงสัยว่าอะไรคือการเหนียด

“การเหนียดก็คือการระลึกถึงพวกเขาเวลาทำบุญก็จะให้เขาแบบนั้นแหละค่ะ เวลาจะกินข้าวก็เหนียดถึงเขา เวลาละหมาดก็เหนียดให้เขาไปหมด เพราะยังรู้อยู่เสมอว่าเขาอยู่กับเรา”

“อ้อครับ  คล้ายๆ การทำบุญอุทิศให้ในศาสนาพุทธสินะครับ”   ผมพูดด้วยความเข้าใจ ซึ่งก็ถูก  เหนียดเป็นศัพท์ทางศาสนาอิสลาม (แต่ผมไม่แน่ใจนักว่าผมจะสะกดถูกตามที่หูผมได้ยินหรือเปล่า รบกวนผู้รู้ช่วยชี้ความกระจ่างทีครับ) ซึ่งแปลว่าการอุทิศผลบุญให้นั่นแหละครับ

“อ้อ... พี่เคยทำบุญด้วยดินสอสี กระดาษวาดรูป ดินสอยางลบอะไรพวกนี้และเหนียดให้เขาไปด้วยใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ... ที่แบงค์พูดว่าเห็นเขาพากันนั่งวาดรูประบายสีอยู่ พี่ยังขนลุกไม่หายเลย  เพราะเป็นของที่พี่เพิ่งเหนียดไปให้เขาเองค่ะ”  พี่นางพูดไปลูบแขนไปเพราะขนมันลุกชูชัน

“ว้าว น่าอัศจรรย์นะครับ  ทำบุญแล้วบุญถึงให้เห็นกันจะๆ เลย  ก็ทำต่อไปนะครับ พวกเขารักพี่”  ผมกล่าว

“ปัจจุบันพี่มีลูกสาวสองคนแล้วใช่ไหมครับที่เคยบอกผม”

“ใช่จ้ะ ตอนนี้อยู่กับญาติๆ ที่กรุงเทพ  เพราะพี่ต้องมาทำร้านอาหารที่นี่ไง เดี๋ยวไม่มีใครดูแลลูก เลยต้องให้อยู่ที่นั่น  สองคนนั้นแบงค์มีอะไรจะเตือนพี่หรือเปล่าล่ะ”  พี่นางถาม

“ก็ให้ระวังเคราะห์กรรมที่พี่ไปวางยาเบื่อจะตกไปถึงลูกสาวสองคนด้วยนะครับ  จะไม่หยุดที่พี่คนเดียวครับ  เขาอาจจะเป็นโรคกระเพราะและลำไส้ที่หนักได้นะครับ”

“โอยยย.. ใช่เลยจ้ะ  เป็นทั้งคู่  เข้าออกโรงพยาบาลสลับกันอยู่นั่นแหละ  มีแต่ไปหาหมอด้วยโรคลำไส้ทั้งนั้น  ก็ลำไส้อักเสบ เป็นแผลในกระเพราะอาหาร และเคยอาหารเป็นพิษแบบพี่ด้วยเหมือนกันนะ ทีแรกนึกว่าเป็นกรรมพันธุ์เสียอีก  เป็นกรรมเองหรือเนี่ย” 

“ก็เกี่ยวกันหมดล่ะครับทั้งโรคกรรม และโรคกรรมพันธุ์   กรรมพันธุ์ในแบบของผมนี่น่าจะแปลว่าเป็นกรรมที่สะท้อนกันมาในสายพันธุ์นะครับ”  ผมหยอดมุขหน่อยๆ ลงไป แต่มันคือเรื่องจริงนะครับ 

“ลูกชายพี่สองคนที่ตามมาเนี่ย เขาต้องการอะไรบ้างคะ... เขาอยู่ตรงไหนคะตอนนี้”  พี่นางถามพลางกวาดสายตาไปมาหาลูกตน “เผื่อมีอะไรที่พี่จะช่วยเขาได้อีก เขาต้องการอะไรอีกหรือเปล่าคะ”  พอพี่นางถามผมเสร็จเท่านั้นแหละ  ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยอะไรออกไป  พัดลมตั้งพื้นในร้านที่เปิดอยู่มาตลอด จู่ๆ ก็ดับลงพร้อมกับเสียงกดสวิตซ์ดังแก๊ก   ผมกับพี่นางหันควับไปมองทันทีด้วยอาการแปลกใจ

“ไฟดับหรือเปล่าครับพี่”  ผมถาม  พี่นางเดินขึ้นไปเปิดสวิตซ์ไฟในร้าน ปรากฏว่าไฟติด

“เปล่านี่คะ ไฟไม่ดับ”

และพี่นางก็รีบมานั่งเบียดผม ท่าทีกลัว

ผมมองไปที่สวิตซ์ไฟพัดลมปรากฏว่ามันเหมือนกับมีคนมากดปิดมันจริงๆ มันไม่มีทางเด้งขึ้นมาเองได้แน่นอน จะมีใครได้หากไม่ใช่เด็กสองคนนั้นที่ต้องการบอกให้แม่เขารู้ว่าเขามีตัวตนจริงอยู่ที่นี่และอยู่กับแม่เขามาโดยตลอด  ด้วยเหตุการณ์นี่เองที่ผมไม่ต้องเหนื่อยในการพูดให้เขาเชื่อว่ามีบางสิ่งอยู่กับเขาจริงๆ นี้ก็คงเพียงพอแล้วในการยืนยันตัวตนของน้องทั้งสอง  ผมขอบคุณน้องเขาในใจ และเอื้อมมือลงไปกดพัดลมให้ทำงานอีกครั้ง

“นั่นแหละครับ  ลูกพี่” ผมกล่าวและส่งรอยยิ้มหวานๆให้พี่นาง  แต่พี่นางยิ้มตอบกลับมาอย่างกลัวๆ

 

ผมรู้สึกแปลกใจเหมือนกันว่า ทำไมนะเด็กทั้งสองคนนี้ถึงไม่ได้มาเกิดใหม่ในท้องพี่นางอีกรอบ ทั้งๆ ที่อยากอยู่กับพี่นาง  แต่ปล่อยให้พี่นางกำเนิดเด็กสาวสองคน ซึ่งเป็นคนอื่นแทนไม่ใช่พวกเขา และทำไมเขาไม่มาเกิดเองเลยล่ะ  ประเด็นนี้ผมก็ถามพี่นางไปเหมือนกัน  แต่ก็ไม่ทราบคำตอบที่ชัดเจน   ก็ได้แต่เดากันไปว่าด้วยความที่ศาสนาอิสลามไม่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด  เกิดมามีครั้งเดียวและดวงวิญญาณจะเป็นนิรันดร์ไปตลอดเมื่ออยู่กับพระเจ้าของพวกเขา   ดวงวิญญาณของทั้งเด็กทั้งสองก็คงคล้ายๆ กันล่ะมั้งครับ  ที่จะไม่ไปเกิดอีก แต่เลือกที่จะอยู่กับแม่ตนเองมากกว่าอยู่กับพระเจ้า  หรือไม่เช่นนั้นก็คงอยู่รอรับแม่ของพวกเขาไปเข้าเฝ้าพระอัลเลาะห์ด้วยกันก็เป็นไปได้ คงจะมีความสุขน่าดูหากได้ไปอยู่กับพระเจ้าพร้อมกันกับแม่

ผมเข้าใจตามนี้ หากแย้งกับหลักศาสนาประการใดก็อภัยจริงๆ ครับ

 

“พี่ก็ทำการละหมาดให้พวกเขาและเหนียดถึงทุกๆครั้งก็เป็นพอครับ… แต่ผมยังเห็นอีกนะครับ เห็นอีกคน”

“ใครคะ”  พี่นางตกใจ

“ผู้หญิงมีอายุหน่อย  ใส่เสื้อสีแดงๆ ส้มๆ สีแรงๆ แป๋นๆ ยืนอยู่ข้างๆพี่”  ผมพูดตามที่เห็นจริงๆ   พอเห็นพี่นางทำท่าทางหันซ้ายหันขวามองหาอย่างหวาดๆ ผมเลยเสริมว่า “ไม่ต้องกลัวครับ เป็นดวงจิตที่ดีครับ เขาตามมาคอยปกป้องพี่ครับ   ผมว่าเป็นใครพี่น่าจะรู้นะครับ  เพราะเขาผูกพันกับพี่มาก”

“อ้อ... ถ้างั้นคงเป็นแม่พี่เองล่ะมั้งค่ะ  เขาชอบใส่เสื้อสีแสดๆ แรงๆ ทั้งชุดเลย ตอนทำบุญให้ก็ให้ชุดสีแบบนี้ไปให้เขา... แล้วตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้างคะ”

“แม่พี่อยู่บนสวรรค์นะครับตอนนี้  แต่ที่เห็นลงมายืนอยู่ข้างๆ นั้นเป็นแค่พลังงานที่เขาส่งลงมาคอยปกป้องพี่เฉยๆ ครับ   เขาก็มีความสุขดีนะครับ”  ผมบอกไปแบบนั้น แต่ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยว่า

“เอ๊ะ แม่พี่ไม่ใช่อิสลามเหรอครับ ทำไมรู้สึกว่าจะมีลงมาเกิดใหม่อีกรอบในอีกห้าปีข้างหน้าด้วยล่ะครับ”

“อ้อ  แม่พี่เคยเป็นพุทธค่ะ... แต่เข้ารีตเพราะพ่อพี่เป็นมุสลิม  แม่พี่คงกลับไปเข้ารีตพุทธเหมือนเดิมแล้วมั้งคะ”

“อ้อครับ... ถ้างั้นก็คงต้องลงมาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารตามแนวทางพุทธศาสนาต่อไปล่ะมั้งครับ  แต่ได้ไปสู่ภพภูมิที่ดีๆ แน่นอนครับ เรียกว่าเกิดมาจะไม่ลำบากครับ  เพราะแม่พี่ใจบุญ ชอบช่วยเหลือคน”

“ใช่ค่ะ  แม่พี่ใจบุญมาก ทำบุญตลอด”

“ดีแล้วครับ บุญกุศลจะส่งให้แม่พี่ไปในทางที่ดีเองนะครับ”

“แต่ทำไมเขาถึงไปไวจังคะ” พี่นางสงสัย “พี่เพิ่งสามสิบต้นๆ เองแม่ก็เสียแล้ว”

“แม่พี่ก็มีกรรมมาก่อนนะครับในชาติที่แล้ว  เจ้ากรรมนายเวรเขาก็มี  และรวมกันกับผลกรรมที่พี่ก่อมาในชาติที่แล้วด้วย คือการฆ่าสัตว์ไงครับ  การฆ่าสัตว์จะส่งผลอีกประการหนึ่งนะครับก็คือต้องสูญเสียพ่อแม่หรือพี่น้องคนใดคนหนึ่งไปก่อนเวลาอันควรครับ  แต่ชาตินี้แม่พี่ทำบุญมาดีเลยส่งไปอยู่ที่ที่ดีๆ ไงครับ ว่าแต่แม่พี่เป็นอะไรถึงเสียครับ”

“มะเร็งลำไส้ค่ะ” พี่นางกล่าว   “การฆ่าสัตว์มันส่งผลรุนแรงมากขนาดนี้เลยเหรอค่ะ ที่เป็นมะเร็งลำไส้นี่ เกี่ยวกับที่พี่ไปวางยาเบื่ออีกไหมคะ  เป็นเพราะพี่อีกหรือเปล่าคะ”

“จะว่าเกี่ยวก็เกี่ยวนะครับ  แต่มันก็ขึ้นอยู่กับแม่พี่ชาติก่อนไปทำกรรมอะไรมาด้วย ก็ขึ้นอยู่กับกรรมที่เขาก่อไว้ด้วย และผสานกันกับกรรมที่พี่ส่งไป ทำให้พี่สูญเสียเขาไปไงครับ  ไม่ใช่เป็นเพราะพี่ทำแม่พี่ตายสักหน่อยครับ ไม่ต้องกังวล”  ผมแจงความจริงให้พี่นางสบายใจ

“และพี่เคยมีอาการตัวชา มือชาแขนชา เป็นตะคริว หรือไม่มีแรงบ้างไหมครับ

ผู้ตั้งกระทู้ Bank :: วันที่ลงประกาศ 2009-03-21 17:13:09


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1917341)

“เคยค่ะ บ่อยมาก   มาจากกรรมไหนเหรอค่ะ”  

“กรรมลักทรัพย์ครับ”   ผมเอ่ยเพื่อจะวกกลับเข้าสู่เรื่องเมื่อวานที่ค้างกันอยู่   “พี่เคยไปลักทรัพย์เงินทองใครมาหรือเปล่าครับ”

“เคยค่ะ”  พี่นางยอมรับ  เพราะหลักฐานบนหน้าผากตีตรามัดตัวเธออยู่อย่างหนาแน่นไม่มีทางรอด  “แหม...ตีตรามาขนาดนี้พี่ไม่กล้าโกหกแล้วค่ะ…. แหะๆ   เรื่องของเรื่องคือตอนวัยรุ่น ที่เคยเล่าว่าทำตัวซ่าส์ติดยงติดยาน่ะค่ะ ก็เคยขโมยเงินพี่ชายบ้างขโมยเงินแม่เงินพ่อบ้าง ขโมยทีละน้อย กันเขาจับได้ เพื่อเอาไปซื้อยาเนี่ยแหละค่ะ  มันบาปมากๆ พี่ก็รู้ แต่ตอนนั้นมันขาดสติยั้งคิด ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีน่ะค่ะ”

“ก็ไม่เป็นไรครับที่ผ่านมาก็ให้แล้วไป  ตอนนี้พี่เป็นคนใหม่แล้ว ออกมาจากอบายมุขเหล่านั้นได้ก็ดีแล้วครับ ชีวิตพี่เริ่มต้นใหม่ได้ดีนะครับ ทำอาชีพสุจริตแบบนี้  แต่เห็นไหมล่ะครับว่าผลกรรมมันก็ตามพี่มาจนได้ มีคนมาขโมยเงินพี่ไป ทั้งๆที่พี่เป็นคนดีแล้ว  ผลกรรมมันสนองคืนตอนที่พี่เป็นคนดีแล้วเพราะว่าจะได้รู้สึกสำนึกไงครับ  หากสนองคืนตอนที่พี่ยังไม่ได้สติ ยังหลงในอบายอยู่ พี่อาจคิดไม่ได้ก็เป็นไปได้ พี่อาจจะยิ่งแค้นเคืองหนักไปกว่าเดิมที่มีคนเอาเงินพี่ไป   ที่ผลกรรมหาช่องเล่นงานตอนนี้ก็คงเป็นเพราะอยากให้พี่คิดได้จริงๆ  โดยไม่เกิดโทสะขึ้นมานั่นแหละครับ... พอเข้าใจที่ผมพูดไหมครับ”

 

“อ้ออย่างนี้นี่เอง... เข้าใจทะลุปุโปร่งแล้วล่ะค่ะ”             

“ครับ... คิดดี เป็นคนใหม่ สำนึกในบาปที่ทำไป ไม่สร้างกรรมเพิ่ม และมีความสุขในแบบศาสนาของตนแค่นี้ชีวิตก็มีแต่รอยยิ้มแล้วล่ะครับ”

 

ผมกล่าวปิดท้าย การดูอดีตชาติไว้แค่นี้ เพื่อเปลี่ยนมาดูไพ่ยิปซีให้พี่นางต่อบ้าง จะได้รู้ชะตาในชาตินี้ว่าจะขึ้นจะลงอย่างไร เมื่อไหร่ เพื่อเป็นการเตือนกันล่วงหน้าเลย

 

“ตั้งใจเลือกไพ่ด้วยมือซ้าย หยิบมาทีละใบจนครบสิบใบนะครับ”

 

 

และเรื่องต่อจากนี้ที่ผมจะเล่าในภาคต่อไป จะเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผมเองจะไม่มีวันลืมไปจนวันตาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผู้แสดงความคิดเห็น Bank วันที่ตอบ 2009-03-21 18:02:32



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.