ReadyPlanet.com
dot dot
dot
กลับหน้าหลัก
dot
bulletกลับสู่หน้าหลักเว็บบ้านพยากรณ์
dot
บริการของเรา
dot
bulletคอร์สไพ่ยิปซี ทีเดียวเซียน
bulletคุยกับนักพยากรณ์
bulletรับจัดงานEvent
bulletดูดวงผ่าน SMS
bulletรับสมัครหมอดูบ้านพยากรณ์
bulletไพ่ยิปซี อี้จิง เซียมซี
bulletสินค้าบ้านพยากรณ์
bulletระบบ1900-108-059
bulletฟังเพลงออนไลน์
dot
สอนดูดวงออนไลน์
dot
bulletสอนดูฮวงจุ้ย
bulletสอนดูยูเรเนียนออนไลน์
bulletสอนทำนายลายมือ
bulletสอนไพ่ยิปซีออนไลน์
dot
เว็บบอร์ด
dot
bulletเช็คดวงฟรี 1 คำถาม กับบ้านพยากรณ์
dot
เกี่ยวกับเรา
dot
bulletประวัติบ้านพยากรณ์
bulletหมอดูบ้านพยากรณ์
bulletเกี่ยวกับอ.กิติคุณ พลวัน
bulletบทสัมภาษณ์อ.กิติคุณ
bulletบทสัมภาษณ์อ.นก ยิปซีดวงดาว
bulletบทสัมภาษณ์พ่อมดพยากรณ์
bulletบทสัมภาษณ์อ.ธีระ พึ่งนิล
bulletบทสัมภาษณ์อ.โด่ง ดวงดาว
bulletบทสัมภาษณ์โหนบ้านนอก
dot
แนะนำหมอดูโดน
dot
bulletอ.ธีระ พึ่งนิล
bulletหมอซัน
bulletแบงค์ทาโรท์
bulletอ.เต่า หมอดูความรัก
bulletพ่อมดพยากรณ์
bulletอ.เต๋อ ยิปซีพยากรณ์
bulletอ.กิติคุณ พลวัน
dot
Newsletter

dot
bulletโฆษณากับเว็บบ้านพยากรณ์
dot
โฆษณาและแลกลิ้งค์
dot
bulletแลกลิ้งค์กับบ้านพยากรณ์
dot
ทำนายดวงแบบต่างๆ
dot
bulletดวงรายสัปดาห์
bulletดวงรายเดือน
bulletดวงปี2555
bulletดวงปี2553
bulletทำนายความรัก
bulletแบบทดสอบ ทายนิสัย ดวงทั่วไป
bulletทำนายดวง 12 ราศีแบบจีน
bulletดวง 12 ราศี แบบชาย-หญิง
bulletทำนายดวงดารา
bulletทำนายฝัน
bulletทำนายสด
dot
รวมบทความต่างๆ
dot
bulletรวมบทความจากหมอดู
bulletบทความแนะนำร้านอาหาร
bulletรวมเรื่อง-รูป สยองขวัญ
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletกูสยาม
bulletพยากรณ์
bulletมหาหมอดู
bulletชมรมโหรประยุกต์
bulletซีทาโรท์
bulletไทยทาโรท์มาสเตอร์


@ นานาสาระ @












@ เว็บพันธมิตร @


thaiholyname.com
ดูดวง


eXTReMe Tracker



บ่าวรับใช้กรรมคนที่สาม(สารแขวนลอย)
สารแขวนลอย

 

เวลา :เย็นวันหนึ่ง

สถานที่เกิดเหตุการณ์ : ณ ร้านอาหารใต้อพาร์ทเมนท์ย่านมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ที่ผมพักอาศัยอยู่

บ่าวรับใช้กรรม : พี่นาง (นามสมมติ) อายุ สามสิบสอง เจ้าของร้านอาหารดังกล่าว ที่เคยกล่าวถึงในตอนที่แล้ว

 

เรื่องมีอยู่ว่า :

“พี่นางๆ”   

“ขา...”    พี่นางขานรับเสียงใสออกมาจากห้องครัวในร้าน  และเดินออกมาในไม่ช้า

“อ้าว ว่าไงแบงค์ มีอะไรเหรอ”

“อ้อครับ... คือ ได้ข่าวว่ากระปุกเงินในร้านหายเหรอครับ”  ผมถามพี่นางอย่างที่ได้ยินข่าวมา

“อืมใช่จ้ะ... ใครบอกมาเหรอ”

“พอดีมีรุ่นน้องบอกผมมาให้มาช่วยพี่เขาหน่อย สงสารพี่เขา”   ผมพูดไปตามที่รุ่นน้องคนหนึ่งที่ได้ดูดวงกับผมไปบอกมา แต่พี่นางทำหน้างงใส่ผม  ผมเลยตะกุกตะกักไปต่อไม่เป็น

“เอ่อ..คือ...”  ผมไม่รู้จะเริ่มยังไงดี เพราะพี่นางรู้จักผมในฐานะที่เป็นลูกค้ามาซื้ออาหารและในฐานะที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรเท่านั้น  แต่ยังไม่รู้จักผมในฐานะหมอดูเลย  ครั้นจะไปอวดตัวว่าจะมาช่วยเพราะมีญาณสัมผัสก็กะไรอยู่  แต่รุ่นน้องบอกผมมาว่า ให้ใช้ญาณสัมผัสช่วยหาของให้พี่นางเขาหน่อย  ทีแรกผมก็ไม่กล้า ตัดสินใจอยู่สักพัก ก็เลยเดินเข้าไปถาม จนอยู่ในสภาพทีไม่รู้จะบอกเขายังไงดี ณ ตอนนี้ยังไงล่ะ

“น้องที่ไหนบอกมาล่ะ”

“ก็อยู่หอนี้เหมือนกันล่ะครับ”

“เขาจะให้แบงค์มาช่วย จะช่วยยังไงเหรอ” พี่นางพูดชี้ช่องให้ผมไปต่อได้สะดวก

“คือ... พี่ไม่ต้องแปลกใจนะครับ” ผมเริ่มเกริ่นนำ  “ผมเป็นหมอดู”

“อ้าว ตายจริง!  รู้จักกันมาตั้งนานแล้วเพิ่งรู้ว่าเป็นหมอดู”  พี่นางแซว  “ดีเลย ไหนๆ ช่วยดูให้พี่หน่อยสิเมื่อไหร่จะรวย”

“เอ่อคือ...  ผมจะมาช่วยหาของหายน่ะครับ” ผมรีบพูดจุดประสงค์ก่อน  “คือที่น้องเขาให้มาช่วยก็เรื่องที่พี่โดนขโมยกระปุกเงินในร้านไป”

“อ้อ... จะช่วยยังไงคะ”  พี่นางเริ่มมีสีหน้าจริงจังมากขึ้นแล้ว และผมก็เริ่มปฏิบัติภารกิจทันที

ผมเดินสำรวจบริเวณร้านทั่วๆ  และใช้จิตทำการสแกนหาของที่หายไป และคนที่เอาไป พี่นางคงคิดว่าไอ้หมอนี้มันเพี้ยนหรือเปล่าวะ  เดินหลับตายกมือยกไม้ส่ายไปมา

“พี่วางกระปุกเงินไว้ตรงนี้ใช่ไหมครับ”  ผมเดินไปชี้หลังเคาน์เตอร์ และชี้จุดตำแหน่งที่วางกระปุกเงินได้อย่างพอดีเป๊ะ จนพี่นางตกใจเพราะปกติหลังเคาน์เตอร์นี้จะไม่มีใครเดินเข้ามาและเห็นกระปุกเงินวางอยู่เป็นอันขาด

“ใช่จ้ะ  แบงค์รู้ได้ไงเนี่ย”

“ผมเห็นครับ มันยังคงมีสารแขวนลอยที่ยังตกค้างหลงเหลืออยู่ ณ บริเวณที่มันเคยวางอยู่เป็นประจำ”

“สารแขวนลอย พี่นางทำเสียงสงสัย

“ใครจะเรียกมันว่าอะไรผมไม่รู้ครับ แต่ผมเรียกมันว่าสารแขวนลอย  หรือบางคนอาจเรียกว่าการตกค้างของสสารก็ได้  ที่เห็นมันก็เพราะว่ามันตกค้างอยู่ที่ที่มันอยู่ประจำ” ผมอธิบาย “แต่จะใช้กับคนก็ได้นะครับ  โดยเฉพาะขโมยที่เข้ามาในร้านพี่  ก็คงทิ้งสารแขวนลอยอยู่ภายในร้าน”   ผมเริ่มเดินไปหน้าร้านจากจุดที่ผมเห็นขโมยคนนั้นเดินเข้ามา เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าขโมยขโมยของไปได้ยังไง

“แบบนี้แบงค์ก็เห็นสิว่าเป็นใคร” พี่นางถาม

“ครับ  คนๆ นั้นเป็นผู้หญิง”  ผมหลับตาลงจากจุดที่ผมยืนอยู่และเริ่มสแกนหาสารตกค้างจากหัวขโมยที่ทิ้งไว้เมื่อสองวันก่อน และผมก็เห็นการเคลื่อนไหวของอณูบางอย่างที่ปรากฏเป็นภาพซ้อนทับขึ้นมา  มันเป็นภาพในอดีตในเวลาที่หัวขโมยเข้ามาในร้านซ้อนทับกับเวลาปัจจุบันที่ผมยืนคุยกับพี่นางอยู่   ผมแปลกใจตัวเองเหมือนกันเพราะไม่เคยใช่วิธีนี้เลย แต่ไม่อยากเชื่อว่าตนจะเห็นได้ เห็นทุกการเคลื่อนไหวของขโมยคนนั้นในอดีต

สารตกค้างของสารแขวนลอยนั้นทำงานได้ดีมาก

“เป็นผู้หญิงมัดผมไว้ข้างหลัง ผมที่มัดไว้ก็ยาวพอควร ผู้หญิงตัวเล็กๆดำๆ ใส่เสื้อสีน้ำเงินเข้มๆ ...” ผมอธิบายภาพที่เห็นต่อ “เขาก็เดินมาตรงนี้ หยุดยืนตรงนี้สักพัก และเหมือนหยุดคุยกับใครสักคนในร้าน  คุยกับพี่หรือเปล่า  แต่ผมไม่เห็นพี่เลยครับ”

พี่นางทำท่านึกเหตุการณ์ในสองวันก่อน และเหมือนผมจะบอกได้ถูกทางเพราะสีหน้าพี่นางออกมาในเชิงยอมรับ

“ใช่ค่ะ มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งลักษณะเหมือนที่แบงค์บอก เข้ามาคุยกับพี่ แต่พี่ไม่ว่าง มัวแต่จัดของภายในครัวอยู่ พี่ไม่ได้หันไปคุยกับเขาเลย  แต่รู้ว่าเขายืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์นั้นแหละ”

“ครับ  คนๆนั้น ก็เอื้อมมือมาหยิบกระปุกนั้นไปจากตรงนี้”   ผมพูดไปเดินตามรอยหัวขโมย และทำท่าทุกอย่างซ้ำรอยเดียวกันกับหัวขโมยคนนั้น เสมือนว่าเขาเข้ามาสิ่งในตัวผม

พี่นางก็ยอมรับว่าเขาก็สงสัยคนๆนั้นอยู่เหมือนกัน เพราะเป็นคนสุดท้ายที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นมากที่สุด ก่อนที่กระปุกจะหายไป ลูกค้าคนอื่นไม่เคยเข้ามาใกล้ขนาดนั้นเลย และหากไม่ใกล้ขนาดนั้นก็จะไม่เห็นกระปุกที่วางอยู่เพราะมีเคาน์เตอร์ด้านหน้ามันสูงจะบังส่วนที่วางของพอดี   

แต่ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบลงที่ จับมือใครมาดมไม่ได้ เสียแล้วก็เสียไป  เพราะเราไม่มีหลักฐาน ถึงจะรู้คนเอาไป และเป็นคนเดียวกันกับที่พี่นางสงสัยก็ตาม ก็ได้แต่ระวังคนๆนั้นให้มากขึ้น เวลาเขาจะเข้ามาในร้านอีก  พี่นางก็บอกว่าคงเป็นเวรเป็นกรรมที่เคยไปเอาของเขามา ก็ช่างมันเถอะ  เงินก็แค่ไม่กี่ร้อยบาทเอง  และพอพี่นางพูดถึงเรื่องเวรกรรมผมก็เลยเสนอออกไปเลยว่า

“พี่เชื่อเรื่องเวรกรรมไหมครับ...  สิ่งที่พี่คิดน่ะมันถูกนะครับ... พี่เคยไปเอาของของเขามาจริงๆ ก็ถือว่าใช้กรรมไปแล้วกันนะครับ”

พี่นางมีสีหน้าตกใจกับคำพูดผม แต่ก็แอบปิดบังเอาไว้ไม่ให้รู้ความลับ

“อย่าปฏิเสธนะครับว่าไม่ใช่  เพราะคำว่าขโมยตัวเบ้อเริ่มตีตราอยู่ตรงกลางหน้าผากพี่ชัดเจนมาก  แสดงว่าพี่ทำกรรมเกี่ยวกับการลักขโมยมาเหมือนกันใช่ไหมครับ”

พี่นางอึ้งเล็กน้อย เหมือนแทงใจดำ 

“โห... ตีตราบาปไว้ขนาดนี้เลยเหรอคะ...   แล้วจะต้องทำยังไงล่ะคะถึงจะล้างได้”

“กรรมของพี่มันเยอะกว่านั้นครับ ตั้งแต่อดีตชาติด้วยนะครับ”

“ยังไงล่ะคะ”

“ดูดวงกับผมก็จะรู้คำตอบครับ”

 

 

หลังจากนัดแนะเวลา และตกลงเรื่องราคากันเรียบร้อย

ผมก็มีภารกิจครั้งใหญ่รออยู่ในช่วงบ่ายของวันต่อมาเลยทีเดียว

 

ไม่คาดคิดมาก่อนว่าภารกิจกับบ่าวรับใช้กรรมคนนี้จะกินเวลานาวนานถึงสามวัน กว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาทั้งหมดที่ค้างคาอยู่ให้หมดไป  เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้จะยาวนานเป็นพิเศษ และซับซ้อนมากจนทำให้ผมป่วยไปเลย...

เรื่องคนนี้ยาวจนต้องแบ่งเป็นสามภาคเลยครับ ภาคแรกขอจบเรื่องแต่เพียงเท่านี้ก่อนก็แล้วกัน

 

ปล. ตราบาปที่เห็นบนหน้าผากคนๆนั้น  จริงๆ ก็คือสารแขวนลอยที่ตกค้างจากการกระทำของเขาคนนั้นนั่นเอง


อธิบายเรื่องสารแขวนลอย

จากเรื่อง บ่าวรับใช้กรรมคนที่สาม ภาคที่หนึ่ง เรื่องเกี่ยวกับสารแขวนลอย

หลายคนอาจสงสัยว่า สารแขวนลอยคืออะไร 

จริงๆ แล้วเป็นชื่อทางวิทยาศาตร์ ที่มีสูตรทางเคมีคือ

 

แต่สารแขวนลอยที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์นั้น  หมายถึง สารที่เกิดจากอารมณ์ความรู้สึก สุข เศร้า เหงารัก แค้น พยาบาท เจ็บปวด ทรมาน หลง เกลียด และสารพัดอารมณ์ของมนุษย์  ที่เกิดขึ้น ณ สถานที่หนึ่ง  การกระทำตางๆ ก็เช่นกันก็สามารถขับออกาเป็นสารแขวนลอยได้และหลงเหลือเป็นตะกอนตกผลึกอยู่ ณ สถานที่นั้นๆ ที่มีการกระทำนั้นเกิดขึ้น 

ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของผมก็แล้วกัน

แต่ก่นผมอยู่กับรูมเมท   รูมเมทผมอกหัก  นั่งร้องห่อมร้องไห้ ทุกวัน ทำใจไม่ได้กับควมรักที่ผิดพลาด  เศร้าและแค้เคืองไปพร้อมกัน  สร้าบรรยากาศเศร้าหมองเกิดขึ้นภายในห้องอยูนานเกือบเดือน  ห้องนั้นก็เปรียบเสมือนโรงเก็บความรู้สึกทั้งหมดของเพื่อนผมเอาไว้  เมื่อความรู้สึกเศร้านั้นถูกอัดแน่นอยู่ภายในห้องนั้นทุกคืนทุกวัน ร่างกายได้สร้างพลังงานแง่ลบออกมามากขึ้นทุกที  ห้องก็ซึมซับอารมณ์นั้นไว้  ทั้งคำด่าจากอารมณ์ที่โกรธเกรี้ยว ความเสยใจ น้ำตา และเสียงร้องไห้ทั้งมดนั้นได้เพิ่มขึ้นอย่างหนานั้นจนกิดการตกตะกอน หลงเหลือเป็นสารแขวนลอยที่ตกค้างอยู่

จนวันหนึ่งเพื่อนผมย้ายออกไปอยู่คนเดียว

ผมยังคงได้ยินสียงร้องไห้ และสัมผัสถึงพลังงานแห่ความเศร้านั้นอยู่  สัมผัสถึงความเศร้าหมองความแค้นละเสียใจอบอวลอยู่เต็มห้อง   และวันหนึ่งเพื่อนผมอีกคหนึ่งที่มีเซ้นส์ก็เข้ามาหาผมี่ห้อง  และเขาก็บอกว่า ที่ห้องนี้เขาเห็นคนนั่งร้องไห้อยู่บนเตียง  ตรงจุดที่เพื่อนคนนั้นเคยนั่งร้องไห้อยู่ทกวัน   ทีแรกเขานึกว่าพี่   มบอกไปว่าไม่ใช่ผีหรอก  เพื่อนผมเอง เขาทิ้งสารแขวนลอยไท่ห้องนี้  อีกไม่นานภาพทั้งหมดรวมถึบรรยากาศที่เศร้าหมองๆ ต่างๆ ก็จะหมดไปเอง  เพระมีพลังงานของผมที่ทำกิจกรรมอื่นๆ ใหม่ๆ เข้าไปแทนที่กิจกรรมเดิมๆ ของเพื่อนผมที่เคยทิ้งไว้ให้ตกค้างอยู่

หากผทำสิ่งที่สดใสร่าเริง  จัดห้องใหม่  เปลี่ยนมุมวางของ  ย้ายเตียงและปฏิบัติธรรมนำสิ่งดีๆ เข้ามาผลักไล่สารตกค้างที่มีพลังแง่ลบที่เหลืออยู่ให้หมดไป  แล้วสารแขวนลอยของเอนผมก็จะหายไปเองในที่สุด

ทฤษฎีในเรื่องวิญญาณก็เช่นกัน

ทำไมคนเราถึงเห็นผีหรือวิญญาณวนเวียนอยู่ในที่ที่เขาตาย ไม่ว่าจะเป็นบ้านก็ดี ห้องก็ดี     หรือสถานที่ที่เขาคนนั้นเคยใช้ชีวิตอยู่ทุกๆ วัน 

ก็เป็นเพราะวิญญาณก็คือสารแขวนลอยที่ตกค้างอยู่จากการกระทำซ้ำ  หรือจากการตกค้างของอารมณ์ที่เข้มข้น  และทำให้สถานที่นั้นซึมซับพลังงานเน้นเอาไว้   เหมือนอุณหภูมิพอเหมาะพอดี  บรรยายกาศ ณ จุดนั้นไม่ถ่ายเท หรือโครงสร้างลักษณะตึกอาคารหรือที่อยู่อาศัยนั้นมีรูปแบบที่อาจจะกักเก็บอณูพลังงานจากสารแขวนลอยไว้ได้ สารแขวนลอยนั้นก็จะไม่จางหายไปจากสถานที่นั้น  จนกิดการเห็นสิ่งแปลกๆ ที่เป็นผีหรอวิญญาณได้

แต่อาจจะไม่ใช่วิญญาณก็ได้  คนๆนั้นอาจจะยังมีชีวิตอยู่ เพียงแต่เขานั้นเคยอยู่ที่นั่นและทำกิจกรรมอะไรก็ตามที่ ทำให้เกิดพลังงานทางอารมณ์อย่างเข้มข้น มีการขับพลังงานที่รุนแรงและตกตกอนเป็นสารแขวนลอยไว้ ณ ที่ตรงนั่นก็เป็นไปได้   

แต่คนตายไปแล้วและไปเกิดแล้ว ก็เป็นไปได้ว่าสารแขวนลอยของตนเองนั้น อาจจะยังถกเก็บล็อกเอาไว้ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง โดยที่เขาก็ม่รู้ตัวเลยก็ได้  แต่บังเอิญมีคนไปเห็นและเข้าใจว่าวสารแขวนอยของเขาคือวิญญาณเขานั่นเอง

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ผีและวิญญาณไม่จริง

มีแน่นอน ซึ่งจะเจอในเรืองเล่าของผมในหลายๆ ตอน

เอาเป็นว่าทุกท่านคงเข้าใจ สารแขวนลอยมากขึ้น และจะได้อ่านเรื่องเล่าของผมได้เข้าใจมากขึ้น เพราะจะมีเรื่องเกี่ยวกับสารแขวนลอยและวิญญาณอีกเยอะ  และจะได้เห็นว่าวิญญาณจริงๆ ตางกับสารแขวนลอยของคนๆนั้นอย่างไร และผมรู้ได้ไงว่าสิ่งใดเป็นอะไร

สารแขวนลอย หมายถึง ของผสมเนื้อผสมที่ประกอบด้วยอนุภาคที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 10-4 cm ลักษณะของสารแขวนลอยที่เห็นได้ชัดเจน คือ ขุ่น เมื่อตั้งทิ้งไว้จะตกตะกอน สามารถแยกอนุภาคของสารแขวนลอยได้โดยใช้กระดาษกรอง
ในชีวิตประจำวันสารแขวนลอยที่เราพบเห็นบ่อย ๆ ได้แก่ น้ำแป้งดิบ น้ำคลอง น้ำแกงส้ม นอกจากนี้ยารักษาโรคหลายชนิดก็เป็นสารแขวนลอย เช่น ยาลดกรด ยาแก้ไอน้ำดำ ยาธาตุน้ำแดง เป็นต้น การนำยาเหล่านี้มาใช้เพื่อรักษาโรค ควรได้มีการเขย่าขวดก่อนรับประทาน เพื่อตัวยาที่ตกตะกอนอยู่จะได้รวมกับน้ำหรือของเหลวในตัวยานั้น
 

สารแขวนลอย คือสารผสมของสสารต่างชนิดกันที่ไม่เป็นเนื้อเดียวกันและมีอนุภาคใหญ่กว่า 1 ไมโครเมตร(1000 นาโนเมตร) ในหนึ่งมิติเป็นอย่างน้อย ซึ่งใหญ่กว่าอนุภาคของคอลลอยด์อนุภาคในสารแขวนลอยสามารถตกตะกอนได้เมื่อตั้งทิ้งไว้ และอาจสามารถแยกออกจากกันได้ เช่น ทรายในน้ำ ส่วนคอลลอยด์นั้นจะไม่สามารถแยกออกจากกันได้และไม่ตกตะกอน

ตัวอย่างสารแขวนลอย

  • โคลนหรือน้ำขุ่น ซึ่งมีอนุภาคของดินอยู่ในน้ำ
  • แป้งหรือผงชอล์กที่แขวนลอยในน้ำ
  • อนุภาคของฝุ่นที่แขวนลอยในอากาศ
มนุษย์เราก็เช่นกัน  ก็สามารถที่จะขับพลังงานต่างๆ ออกมาทางร่างกายได้ และตกตะกอนในรูปของสารแขวนลอยไว้ในสถานที่นั้นๆ  อย่างที่ได้อธิบายไว้ข้างต้นแล้ว


 




หนังสือ ออนไลน์

บทความประสบการณ์ดูดวงจากอ.ธีระ
ดูดวง จากวัน และ เดือนเกิด ด้วยไพ่ป็อก มาอ่านเลย แม่หมอออกัสเขียน article
สะเดาะเคราะห์หรือจะต่อเคราะห์ article
การดูดวงให้อะไรกับคนดูบ้าง article
ดูดวงขายอะไรบนอีเบย์ article
พระราชดำรัส article
การตั้งหิ้งบูชาพระ article
ทักทายกันนิด กับอ.กิติคุณ article
แม่หมอรีน่า กับทัศนะคติหมอดูแนวใหม่ article
หมอดูทำนายคนอื่นแล้วจะเข้าตัวเองจริงหรือไม่ article
สุขภาพกับธาตุเจ้าเรือนของเรา article
กรรมที่ทำกับหมอดู article
อยากได้แฟนฝรั่งคะ กับ ไพ่ The emperor article
พลังแห่งความสำเร็จ article
ดูดวงก่อนเสริมจมูก article
นิทานโหราศาสตร์ ตอนอำนาจที่ได้มา article
มหัศจรรย์ไพ่ยิปซีจากอ.ธีระ article
เรื่อเล่าจากอ.ธีระ article
ประสบการณ์การพยากรณ์ของผม article
กว่าจะมาเป็นเต๋อ ยิปซีดวงดาว article
ดูดวง"หาคำตอบให้รัก" article
ความ(ลึก)ลับของพ่อมดพยากรณ์ article
บ่าวรับใช้กรรมคนที่สาม บทสรุป
บ่าวรับใช้กรรมคนที่ สาม ภาค3
บ่าวรับใช้กรรมคนที่สาม ภาค2
บ่าวรับใช้กรรมคนที่ 2 --- เงาตามตัว
บ่าวรับใช้กรรมคนที่1



[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1002)

อ่านแล้ว สำนวนดี รวมๆ พอได้แหละ

ผู้แสดงความคิดเห็น อะวาตารน้อย วันที่ตอบ 2008-07-04 18:27:05


ความคิดเห็นที่ 2 (1816)
นอกจากโคลนแล้วยังมีอะไรที่เป็นสารแขวนลอยอีก
ผู้แสดงความคิดเห็น *-* (zaz-258-at-hotmail-dot-com)วันที่ตอบ 2008-08-24 14:58:36



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล
รหัสป้องกันสแปม *CAPTCHA Image





Copyright © 2010 All Rights Reserved.