ReadyPlanet.com
dot dot
dot
กลับหน้าหลัก
dot
bulletกลับสู่หน้าหลักเว็บบ้านพยากรณ์
dot
บริการของเรา
dot
bulletคอร์สไพ่ยิปซี ทีเดียวเซียน
bulletคุยกับนักพยากรณ์
bulletรับจัดงานEvent
bulletดูดวงผ่าน SMS
bulletรับสมัครหมอดูบ้านพยากรณ์
bulletไพ่ยิปซี อี้จิง เซียมซี
bulletสินค้าบ้านพยากรณ์
bulletระบบ1900-108-059
bulletฟังเพลงออนไลน์
dot
สอนดูดวงออนไลน์
dot
bulletสอนดูฮวงจุ้ย
bulletสอนดูยูเรเนียนออนไลน์
bulletสอนทำนายลายมือ
bulletสอนไพ่ยิปซีออนไลน์
dot
เว็บบอร์ด
dot
bulletเช็คดวงฟรี 1 คำถาม กับบ้านพยากรณ์
dot
เกี่ยวกับเรา
dot
bulletประวัติบ้านพยากรณ์
bulletหมอดูบ้านพยากรณ์
bulletเกี่ยวกับอ.กิติคุณ พลวัน
bulletบทสัมภาษณ์อ.กิติคุณ
bulletบทสัมภาษณ์อ.นก ยิปซีดวงดาว
bulletบทสัมภาษณ์พ่อมดพยากรณ์
bulletบทสัมภาษณ์อ.ธีระ พึ่งนิล
bulletบทสัมภาษณ์อ.โด่ง ดวงดาว
bulletบทสัมภาษณ์โหนบ้านนอก
dot
แนะนำหมอดูโดน
dot
bulletอ.ธีระ พึ่งนิล
bulletหมอซัน
bulletแบงค์ทาโรท์
bulletอ.เต่า หมอดูความรัก
bulletพ่อมดพยากรณ์
bulletอ.เต๋อ ยิปซีพยากรณ์
bulletอ.กิติคุณ พลวัน
dot
Newsletter

dot
bulletโฆษณากับเว็บบ้านพยากรณ์
dot
โฆษณาและแลกลิ้งค์
dot
bulletแลกลิ้งค์กับบ้านพยากรณ์
dot
ทำนายดวงแบบต่างๆ
dot
bulletดวงรายสัปดาห์
bulletดวงรายเดือน
bulletดวงปี2555
bulletดวงปี2553
bulletทำนายความรัก
bulletแบบทดสอบ ทายนิสัย ดวงทั่วไป
bulletทำนายดวง 12 ราศีแบบจีน
bulletดวง 12 ราศี แบบชาย-หญิง
bulletทำนายดวงดารา
bulletทำนายฝัน
bulletทำนายสด
dot
รวมบทความต่างๆ
dot
bulletรวมบทความจากหมอดู
bulletบทความแนะนำร้านอาหาร
bulletรวมเรื่อง-รูป สยองขวัญ
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletกูสยาม
bulletพยากรณ์
bulletมหาหมอดู
bulletชมรมโหรประยุกต์
bulletซีทาโรท์
bulletไทยทาโรท์มาสเตอร์


@ นานาสาระ @












@ เว็บพันธมิตร @


thaiholyname.com
ดูดวง


eXTReMe Tracker



บทความน่ารู้ จาก อ.ภาวิดา
บทความน่ารู้ จาก อ.ภาวิดา

อ.ภาวิดา

 

 

พระแก้วมรกต

 

พระแก้วมรกตหรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร เป็นพระพุทธรูปสำคัญของประเทศไทยของเรา เพราะเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านเมืองประดิษฐานอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง พระพุทธรูปองค์นี้คือพระที่คุ้มครองดวงชะตาบ้านเมืองของเรา ให้รอดพ้นจากภัยของศัตรูที่มารุกรานประเทศไทยมาโดยตลอด ผู้ที่คิดร้ายต่อประเทศจะมีอันเป็นไป พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระประธานในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ของประเทศเราดังต่อไปนี้

    * พระราชพิธีตรียัมปวาลและตรีปวาย

    * พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลมาฆบูชา

    * พระราชพิธีศรีสัจปานกาลถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา

    * พระราชพิธีตรุษสงกรานต์

    * พระราชพิธีฉัตรมงคล

    * พระราชพิธีพืชมงคล

    * พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา

    * พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอาสาฬหบูชา

    * พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลหล่อเทียนพรรษา

    * พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลอุปสมบทนาคหลวง

    * พระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา

    * พระราชพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร

    * พระราชพิธีบรมราชาภิเษก

    * พระราชพิธีตรึงหมุดธงชัยเฉลิมพล

    * พิธีจารึกพระสุพรรณบัฏดวงพระราชสมภพ

    * พิธีตั้งสมณศักดิ์และสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

 

เพราะพระพุทธรูปองค์นี้ ถ้าเปรียบเทียบในดวงชะตาบ้านเมืองของเราแล้ว ก็เปรียบประดุจดาวพฤหัสบดี (เลข ๕) ในดวงชะตาของกรุงเทพมหานครดังแสดงที่รูปด้านล่างนี้

 

 

                                ดวงเมืองประเทศไทย

 

                ตำแหน่งของดาวพฤหัสบดีจะอยู่ที่ช่องด้านขวามือของผู้อ่านที่มีเลข ๕ ตำแหน่งนี้เรียกว่าเกษตร หรือมั่นคง ทำให้พระพุทธรูปองค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก และคุ้มครองคนดีให้รอดพันภัยร้ายได้อย่างน่าอัศจรรย์ ถ้าท่านกำลังท้อใจ โดนกลั่นแกล้ง หรือไม่ได้รับความก้าวหน้าในชีวิต ขอให้ไปไหว้ท่าน และพระองค์นี้จะให้ผลดียิ่งถ้าท่านมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ถ้าหากท่านเป็นคนทรยศต่อชาติบ้านเมืองแล้วไปไหว้ ท่านจะประสบเคราะห์กรรมอย่างหนักเลยทีเดียว

 

                ถ้ามีคนชั่วคิดปองร้ายต่อประเทศด้วยการทำลายหรือทำคุณไสย์กับพระองค์นี้แล้ว คนๆ นั้นจะประสบเคราะห์กรรมอย่างหนัก จนหาความสุขไม่ได้ในชีวิต อาจจะตายโหงหรือพิการ ได้รับทุกขเวทนาอย่างยิ่ง ผู้อ่านสามารถเดินทางไปสักการะพระองค์นี้โดยเดินทางไปที่ท้องสนามหลวง แล้วเข้าไปไหว้จุดธูปสักการะ แล้วสวดบูชาดังนี้

 

นะโม ๓ จบ  แล้วสวดว่า

พุทธะ มะหามะณีระตะนะ ปะฏิมากะรัง ปูเชมิ

ทุติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะ ปะฏิมากะรัง ปูเชมิ

ตะติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะ ปะฏิมากะรัง ปูเชมิ

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ มะหาเตโช เจวะ มะหาปัญโญ

จะ มะหาโภโค จะ มะหายะโส จะ ภะวันตุ เม

นิพพานัสสะ ปัจจะโย โหตุ (หรือเป็น วาละลุกัง สังวาตังวา)

คาถาจากเว็บไซต์ http://horoscope.sanook.com/worship/worship_๐๒๕๐๕.php

 

เมื่อสวดแล้วให้ท่านตั้งจิตอธิษฐานต่อสิ่งที่หวัง แล้วท่านจะได้ตามปรารถนา ถ้าท่านเป็นคนดี

 

                นอกจากนี้ผู้ที่สวดควรจะหมั่นทำบุญทำกุศลเพื่อสร้างบารมีให้ตนเอง ทำให้พระคุ้มครอง ท่านจะต้องมีคุณธรรมรักษาศีล ๕ ได้แก่ การไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตให้เจ็บหรือตาย ไม่โกงทรัพย์ของผู้อื่น ไม่ประพฤติผิดทางเพศ ไม่ประพฤติผิดทางวาจา ไม่ติดการพนัน สุรา และความมัวเมาทั้งปวง

ที่สำคัญที่สุดคือไม่ทรยศต่อประเทศชาติและบ้านเมือง แล้วท่านจะประสบความสุขความเจริญหลังจากได้ไหว้พระองค์นี้

               

                ในสมัยที่ผู้เขียนเป็นเด็กนั้นเคยได้พบเห็นปาฏิหาริย์ของท่านมาแล้ว ตอนนั้นอายุประมาณ ๓ ๖ ขวบ ยังเด็กมาก คุณพ่อนำพระแก้วมรกตมาไว้ในบ้าน แล้วผู้เขียนไม่ทราบว่าคืออะไร จึงเอามือไปเล่นบริเวณเศียรของท่าน ซึ่งคุณพ่อได้สั่งห้าม จากนั้นผู้เขียนได้เดินไปหกล้มแล้วขวัญเสียร้องไห้อย่างหนัก คุณพ่อและญาติๆ ได้พามาไหว้ขอขมาพระแก้วมรกต ผู้เขียนจึงหายจากอาการตกใจ นี่คือความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน

 

 

พระสยามเทวาธิราช

 

                พระสยามเทวาธิราชเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธ์ประดิษฐานอยู่ที่พระบรมมหาราชวัง ท้องสนามหลวง  เป็นเทวรูปที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๔ ทรงให้พระองค์เจ้าประดิษฐ์วรการปั้นหล่อเทวรูปสมมุติขึ้น เพื่อปกป้องประเทศไทยให้พ้นจากภัยรุกรานของต่างชาติ เพราะในรัชสมัยของพระองค์นั้นมีชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศของเรามากมายหลายประเทศ

 

หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล ทรงพระนิพนธ์ไว้ว่า

 

เมืองไทยเรานี้มีเหตุการณ์หวิดๆ จะต้องเสียอิสรภาพมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่เผอิญให้มีเหตุรอดพ้นได้เสมอมา ชะรอยจะมีเทพยดาองค์ใดองค์หนึ่งที่คอยพิทักษ์รักษาอยู่ จึงสมควรจะทำรูปเทพพระองค์นั้นขึ้น ไว้สักการบูชา แล้วโปรดให้พระองค์เจ้าดิษฐวรการ (หม่อมเจ้ารัชกาลที่ ๑) นายช่างเอกทรงปั้นรูปเทพพระองค์นั้น เป็นรูปทรงต้นยืนถือพระขรรค์ในพระหัตถ์ขวา ขนาด ๘ นิ้วฟุตงดงามได้สัดส่วนแล้วหล่อด้วยทองคำแท่งทั้งพระองค์ ทรงถวายพระนาม "พระสยามเทวาธิราช" แล้วประดิษฐานไว้ในพระวิมานกลางพระที่นั่งไพศาลทักษิณจนทุกวันนี้ ท่านผู้ใหญ่ชั้นคุณย่าของข้าพเจ้าเล่าว่า ในรัชกาลที่ ๔ ทรงถวายเครื่องสังเวยเป็นราชสักการะทุกวัน และเป็นที่นับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์นัก บัดนี้เนื่องแต่ทางพระราชสำนักต้องตัดทอนรายจ่ายมากมายมาแต่ในรัชกาลที่ ๗ จึงคงยังมีเครื่องสังเวยถวายแต่เฉพาะวันอังคาร และวันเสาร์ อาทิตย์ละ ๒ ครั้ง และในเวลาปีใหม่ก็มีการบวงสรวงสังเวยเป็นพิธีใหม่ มีละครรำของกรมศิลปากรในเวลาเช้าวันสังเวยนั้น..

 

..อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ต่าง ๆ ดังเราท่านได้ประสบมาด้วยตนเอง ยิ่งนานวันก็ยิ่งเห็นว่าพระสยามเทวาธิราชนั้นมีจริง เราจงพร้อมใจกันอธิษฐานด้วยกุศลผลบุญที่เราได้ทำมาแล้วด้วยดี ขอให้เทพเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์พระองค์นี้ จงได้ทรงคุ้มครองป้องกันภัย และโปรดประสิทธิ์ประสาทความสมบูรณ์พูนสุขให้แก่ประชาชนชาวสยามทั่วกัน เทอญ.."

 

ข้อความของหม่อมเจ้าหญิงพูนพิศมัย ดิศกุล จากเว็บไซต์ วิกิพีเดีย

 

                พระสยามเทวาธิราชคือพระที่คุ้มครองปกป้องประเทศไทย และเป็นดาวพฤหัสบดีในดวงเมืองเช่นเดียวกับพระแก้วมรกต เป็นพระของคนไทยทุกคนที่รักประเทศและองค์พระมหากษัตริย์ ผู้อ่านสามารถไปสักการะบูชาได้ เมื่อไปถึงให้จุดธูปเทียน และสวดคาถาบูชาดังนี้

 

สยามะเทวาธิราชา             เทวาติเทวา มหิทธิกา

เทยยรัฏฐัง อนุรักขันตุ      อาโรคะเยเนะ สุเขนะ จะ

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ         สุวัตถิ โหตุ สัพพะทา

สยามะเทวานุภาเวนะ          สยามะเทวะเตชะสา

ทุกขะโรคะภะยา เวรา         โสกา สัตตุ จุปัททะวา

อะเนกา อันตะรายาปิ          วินัสสันตุ อะเสสะโต

ชะยะสิทธิ ธะนัง ลาภัง        โสตถิภาคะยัง สุขัง พะลัง

สิริ อายุ จะ วัณโณ จะ         โภคัง วุฑฒี จะ ยะสะวา

สะตะวัสสา จะ อายุ จะ        ชีวะสิทธี ภะวันตุ เม

 

คำแปล คาถาบูชาพระสยามเทวาธิราช

พระสยามเทวาธิราช เป็นจอมเทวดา ยิ่งใญ่กว่าเทวดาทั้งหลาย ทรงมี มหิทธิฤทธิ์

ขอจงอภิบาลรักษาประเทศไทยโดยให้ปราศจากโรคาพาธ อุปะทวะอันตราย ความพินาศทั้ง หลาย

ขอให้ประเทศไทยมีความร่มเย็นเป็นสุข โดยประการทั้งปวง

ด้วยอำนาจสัจจะวาจาที่อ้างถึงพระสยามเทวาธิราชนี้

ขอจงประทานความสุขสวัสดี จงบังเกิดแก่ประเทศไทยด้วยประการทั้งปวง

ด้วยอานุภาพพระสยามเทวาธิราชและเดชพระสยามเทวาธิราช

ขอจงขจัดทุกข์ โรคภัย ความโศก ศัตรู อุปัทวะ และอันตรายมิใช่น้อย ให้พินาศไปโดยไม่เหลือ

ขอชัยชนะความสำเร็จแห่งกิจการ ทรัพย์ ลาภ ความสวัสดี ความมีโชค ความสุข

กำลัง ศรี อายุ วรรณะ โภคสมบัติ ความเจริญ และยศ มีอายุยืนตลอดหนึ่งร้อยปีขึ้นไป

ความสำเร็จแห่งกิจก่รงานในความเป็นอยู่จงบังเกิดแก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ ฯ

 

คาถาจากเว็บไซต์

http://www.tumsrivichai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=๕๓๓๑๓๘๔&Ntype=๔๑

 

 

พระไพรีพินาศ

 

พระไพรีพินาศคือพระพุทธรูปสำคัญในสมัยรัชกาลที่ ๔ พระองค์ทรงออกบวชในสมัยรัชกาลที่ ๓ แล้วถูกขุนนางผู้ใหญ่ตามกลั่นแกล้ง และยังใส่ร้ายว่าพระองค์ต้องการล้มล้างราชบัลลังค์ จึงมีผู้นำพระไพรีพินาศมาถวายพระองค์ ทำให้ผู้ที่ใส่ร้ายพระองค์ถูกสำเร็จโทษเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน ส่วนอีกคนถูกไฟครอกตายทั้งเป็น พระองค์นี้จึงมีชื่อว่า พระไพรีพินาศ

 

รัชกาลที่ ๔ นั้นทรงมีดวงชะตาที่เรียกกันว่า ดวงไพรีพินาศ คือมีดาวมฤตยูกุมลัคน์ทำให้เป็นดวงกินศัตรู ใครเป็นศัตรูจะมีอันเป็นไป และมีดาวอริเป็นราหูมหาจักรซึ่งมีฤทธิ์ร้าย ประกอบกับพระองค์ลัคนาราศีกันย์ จึงมีราศีมีนเป็นคู่ครองหรือผู้ช่วยเหลือ ดังรูปนี้

                ราศีมีนคือบุคคลแห่งดาวพฤหัสบดี และเป็นภพ วินาศ ของโลก ดังนั้นพระไพรีพินาศคือพระพฤหัสบดีที่ช่วยเหลือพระองค์โดยเฉพาะจากดวงชะตาของพระองค์เอง พระองค์นี้มีไว้กำหราบราหู (เลข ๘) ซึ่งหมายถึงบุคคลที่ประกอบไปด้วยกิเลส ความอิจฉาริษยา ให้ได้รับโทษทัณฑ์ของตนเอง ผู้บูชาต้องเป็นคนดี และผู้ที่ทำร้ายนั้นต้องเป็นคนชั่ว พระจึงแสดงอำนาจของไพรีพินาศให้เห็น

 

                ถ้าหากท่านโดนกลั่นแกล้ง โดยที่ท่านไม่ผิด ขอให้ท่านตั้งจิตให้เป็นสมาธิ ไปทำบุญที่วัดบวรนิเวศวิหาร บางลำภู แล้วขึ้นกราบท่านที่อุโบสถ แล้วสวดคาถาบูชาพระไพรีพินาศ จากนั้นเอ่ยชื่อคนที่ทำร้ายท่าน ขอให้เขาละกิเลส ความคิดชั่ว อิจฉาริษยา ความโกรธ ความหลง แล้วเขาจะปลอดภัย หากยังขืนดื้อดึง ขอให้มีอันเป็นไป

 

คาถาสวดบูชาพระไพรีพินาศมีดังนี้

 

ตั้งนะโม ๓ จบ

 

นะมัสสะ พระพุทธะไพรีพินาศายะ มาราปะราชะยัง นะมามิหัง พุทธังวันทามิ ธัมมังวันทามิ สังฆังวันทามิ สัพพะโส

 

ขอให้ข้าพเจ้าจงประสพแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยบารมีของพระพุทธไพรีพินาศเทอญ

คาถาจากเว็บไซต์ http://www.amulet.in.th/forums/view_topic.php?t=1554

 

                จากนั้นให้ท่านเช่าพระไพรีพินาศมา ๑ องค์แล้วเอากลับไปที่บ้าน เขียนชื่อของคนที่ปองร้ายแล้วนำวางไว้ใต้พระ แล้วสวดคาถาบูชาทุกวัน ให้คนที่คิดร้ายเลิกปองร้ายท่าน แล้วท่านจะพ้นภัย  แต่ท่านต้องเป็นผู้ที่ตั้งมั่นในความดี โดยเฉพาะคุณธรรมด้านความกตัญญูและความละอาย เกรงกลัวต่อบาป เพราะพระไพรีพินาศมีไว้กำหราบราหูหรือผู้คิดคด อกตัญญูโดยเฉพาะ ถ้าใครมีบุญคุณกับท่าน ท่านอย่าได้ทำร้ายโดยเด็ดขาด มิเช่นนั้นกรรมจะย้อนกลับมาหาท่านเอง แต่ถ้าใครสร้างเวรกับท่าน ท่านก็สามารถกระทำกับเขาได้เลย บุคคลที่เกิดราศีหรือลัคนาราศีกุมภ์ และคนที่เกิดวันพุธกลางคืน ผู้เขียนไม่แนะนำให้บูชาพระองค์นี้ พระองค์นี้จะถูกโฉลกกับราศีอื่นๆ โดยเฉพาะคนราศีหรือลัคนากันย์ เมถุน และคนเกิดวันพุธหรือวันศุกร์

 

                เคยมีปาฏิหาริย์ของพระไพรีพินาศเกิดขึ้นกับบุคคลหลายคน คือเมื่อบูชาแล้วคนที่เคยทำร้ายจะกลัวเกรง มีอันต้องหลบลี้หนีไป ถ้าหากยังแข็งขืนต่อต้าน จะประสบเภทภัยร้ายที่น่ากลัวมากทีเดียว ดังนั้นพระองค์นี้จัดว่าแรง เพราะคำว่า พินาศ นั้นคือย่อยยับเลยทีเดียว อาจจะถึงชีวิต ดังนั้นถ้าศัตรูของท่านรับกรรมแล้ว ก็ให้รีบเอาชื่อของเขาออกจากใต้พระ มิเช่นนั้นเขาอาจจะถึงแก่ชีวิตได้ แต่ถ้ากรรมที่เขาทำกับท่านนั้นคือต้องการเอาชีวิตของท่านแล้ว กรรมนี้จะถึงเขารวดเร็ว ทำให้เขาทรมานและเสียชีวิต ก่อนที่จะช่วยเขาด้วยซ้ำ พระองค์นี้จึงน่ากลัวมาก หลายท่านว่าพระแรง จึงไม่นิยมห้อยคอ แต่นิยมวางไว้มากกว่า

 

                พระองค์นี้มีความขลังอย่างรุนแรง ให้โทษถึงเสียชีวิตดังนั้นผู้ใช้จึงควรระมัดระวังอย่างมาก ถ้าหากท่านทำร้ายคนดีแล้ว พระจะลงโทษท่านอย่างสาหัสเลยทีเดียว จึงควรไตร่ตรองก่อนบูชา ผู้เขียนเองได้สัมผัสกับความขลังของพระองค์นี้มาแล้ว และผู้เขียนมีพระองค์นี้ซึ่งถือเป็นพระที่ชอบมากที่สุด หลังจากเช่ามาบูชาแล้วศัตรูมีอันเป็นไปอย่างน่าอัศจรรย์ คือผู้เขียนมีปัญหากับหัวหน้างานคนหนึ่งซึ่งเมื่อเข้ามาแล้ว จับผิดและพยายามบีบให้ผู้เขียนออกจากงาน ทำให้เกิดความเครียดมาก ผู้เขียนจึงไปไหว้พระองค์นี้ที่วัดบวรนิเวศน์วิหาร ไม่นานนักหัวหน้าคนนี้ถูกไล่ออก เพราะทำความผิด ซึ่งน่าอัศจรรย์มาก หลังจากนั้นเวลาที่มีใครทำไม่ดีกับผู้เขียน มักจะพบว่าคนๆ นั้นมีอันเป็นไปเสมอ  ถ้าเราคิดว่าใครแกล้งหรือคิดไม่ดี ให้สวด ถ้าเขาเจตนาไม่ดีจริงจะได้รับกรรมทันที แบบกรรมติดจรวด ดังนั้นคนเราถ้าทำความดีก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งสิ้น เรามีพระคุ้มครอง และไม่ต้องกลัวว่าการสวดนี้จะทำให้เกิดผลร้ายกับคนที่เราเข้าใจผิดว่าเขาไม่ดี เพราะถ้าเขาเจตนาดี พระจะไม่ทำอะไรคนๆ นั้นเลย อย่างน้องคนหนึ่งที่ผู้เขียนเข้าใจว่ากลั่นแกล้ง เมื่อสวดแล้วปรากฏว่าเขาถูกรางวัลได้เงินถึง ๕ หมื่นบาท แสดงว่าเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายกับใครเลย

 

                คนเราจะมักจะมีพระที่ตนเองชอบอย่างน้อยสัก ๑ องค์ ผู้เขียนรู้สึกชอบพระไพรีพินาศมากที่สุด ตัวผู้เขียนเองเป็นผู้หญิง ชอบของสวยๆ งามๆ มากกว่าพวกของขลัง แต่เมื่อได้มาสัมผัสถึงความขลังของพระองค์นี้ พลอยทำให้สนใจพระองค์อื่นๆ ด้วย เพราะเชื่อแล้วว่าสิ่งเหล่านี้มีสาระมีแก่นสาร พวกผู้ชายเขาถึงสะสมกัน ไม่ใช่แค่ความเชื่อเท่านั้น แต่พระมีความศักดิ์สิทธิ์จริง ซึ่งเราจะสัมผัสไดเมื่อถึงจังหวะและเวลาที่เหมาะสมในชีวิต

 

                การบูชาพระองค์นี้เราจะต้องทำใจให้บริสุทธิ์สะอาด ไม่คิดร้ายกับใคร เมื่อเขาได้รับกรรมแล้ว ให้ไปขออโหสิกับพระ มิเช่นนั้นสิ่งไม่ดีจะย้อนกลับมาหาเราเอง ถ้าเราบูชาพระองค์นี้เราต้องหมั่นทำบุญด้วย เพื่อให้ผลบุญส่งเสริมให้พระช่วยเหลือเรา ตอนอธิษฐานให้ขอให้คนที่คิดร้าย บอกทั้งชื่อและนามสกุลว่าเขาชื่ออะไร ให้เลิกคิดร้าย ขอให้คิดดี ละกิเลส ความโลภ โกรธ หลง มิเช่นนั้นจะมีอันเป็นไป แต่ถ้าคิดดีก็ขออย่าได้เป็นอะไร

 

                เพื่อนของผู้เขียนเองก็เคยขอกับพระไพรีพินาศ ให้คนที่ไม่ชอบเขาไปไกลๆ จากตัวเขา โดยเอาชื่อคนๆ นั้นใส่ใต้ฐานพระแล้วอธิษฐาน ปรากฏว่าคนๆ นั้นย้ายโต๊ะทำงานหนีแล้วก็ลาป่วยบ่อยครั้ง ดังนั้นถ้าคนเราคิดดี ทำดี พูดดีกับใครแล้ว เราก็ไม่ต้องกลัวพระไพรีพินาศ แต่ถ้าจิตใจเราขุ่นมัวเมื่อใด แล้วมีคนขอพรจากพระเพื่อแช่งเรา เราก็จะมีอันเป็นไป ดังนั้นทุกคนจึงควรรักษา กาย วาจา และใจให้ใสเหมือนแก้ว แล้วจะไม่มีใครทำอะไรเราได้เลย

 


พระแม่ธรณีบีบมวยผม

                               

                พระแม่ธรณีบีบมวยผมเป็นเทพยดาฝ่ายหญิงที่มาจากศาสนาพราหมณ์ฮินดู และมีอยู่ในเรื่องราวของศาสนาพุทธในตอนที่ท่านออกมาช่วยปราบมารที่มาผจญพระพุทธเจ้า รูปของพระแม่ธรณีในประเทศไทยตั้งอยู่ที่ท้องสนามหลวง ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นพระรูปที่ประชาชนนิยมไปไหว้สักการะกันมาก โดยเฉพาะผู้เขียนเอง ชอบไปไหว้เพื่อให้ท่านคุ้มครอง ยิ่งช่วงที่ประเทศไทยประสบวิกฤติก็ชอบไปไหว้เพื่อให้คุ้มครองประเทศไทย

 

                พระแม่ธรณีเปรียบเสมือนมารดาของแผ่นดิน พืชพันธุ์ธัญญาหาร แร่ธาตุ ต้นไม้ ทุกสิ่งบนแผ่นดินนั้นก็เป็นร่างกายของท่าน แต่ท่านไม่ได้ปรากฏกายให้เราเห็น คนโบราณยังสั่งห้ามไม่ให้เด็กสะดุดธรณีประตู เพราะว่าเหมือนไม่เคารพท่าน พระแม่ธรณียังเป็นสัญลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งคุ้มครองดวงพรรค เนื่องจากหมายถึงดาวศุกร์ที่กุมลัคนาของพรรคไว้ เพราะในทางโหราศาสตร์พระแม่ธรณีก็เทียบได้กับดาวศุกร์หรือเทพีดีมีเตอร์ของต่างประเทศ ซึ่งเป็นเทพีของแผ่นดินผู้ให้กำเนิดพืชพันธุ์ธัญญาหารของโลก

 

                ถ้าผู้ใดต้องการไปสักการบูชาท่านให้เตรียมเทียน

๑.             ธูป ๙ ดอก

๒.           ดอกดาวเรือง ๑ พวง

 

แล้วสวดคาถาดังต่อไปนี้

 

ตั้งนะโม ๓ จบ

อิติปิโสภะคะวาสะวาอะระหัง สุคะโตสวาหะ

๓ จบ หลังจากนั้นสวดด้วย

ตัสสาเกษีสะโต ยะถาคงคา

โสตังปะวัตตันติ มาระเสนา

ปฏิฐาตุง อาสักโภนโต

ปะลายิงสุปาริมานานุภาเวนะมาระ

เสนาปะราชิตาทิโส ทิสัง

ปะลายันติ วิทังเสนติอะเสสะโต

๓ จบหรือถ้ามีเวลาให้สวด ๒๑ จบ

 

นอกจากนี้ยังมีคาถาหัวใจพระแม่ธรณี ซึ่งสวดดังนี้

" เม กะ มะ อุ "

 

คาถาหัวใจพระแม่ธรณี ถอดออกมาจากพรหมวิหาร ๔ คือ

เมตตาได้แก่   เม

กรุณาได้แก่    กะ

มุทิตาได้แก่    มะ

อุเบกขาได้แก่   อุ

 

คาถาจากเว็บไซต์

http://www.tumsrivichai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=๕๓๘๗๒๔๒๐๔&Ntype=๔๑

 

คาถานี้สวดเมื่อเกิดอันตราย ให้เอามือตบแผ่นดินสามทีแล้วสวด จะรอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวง

 

                พระแม่ธรณีนี้มีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก เพราะว่าผู้ที่ไปสักการะล้วนได้รับผลดีตามที่ตนเองต้องการ อย่างเช่นกรณีคดียุบพรรคของพรรคประชาธิปัตย์ วันตัดสินคดี นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้บูชาท่านก่อนไปศาล ส่งผลให้พรรคนี้ชนะคดี นอกจากนี้เวลาที่บ้านเมืองเกิดหรือพรรควิกฤติครั้งใด พระแม่ธรณีก็คุ้มครองทุกครั้ง ไม่ให้เกิดผลร้ายกับบ้านเมืองของเรา

               

รูปของพระแม่ธรณีเป็นรูปผู้หญิงบีบมวยผม ตามในพุทธประวัติที่ท่านบีบผมเพื่อไล่มารที่มาผจญพระพุทธเจ้า จริงๆ แล้วรูปของพระแม่ธรณียังมีท่าทางอื่นๆ ด้วย แต่รูปนั่งพับเพียบบีบมวยผมเป็นรูปที่นิยมมากที่สุด พระแม่ธรณีนั้นเป็นโสดไม่มีคู่ แต่ก็มีการจับคู่พระแม่ธรณีกับพระแม่คงคา เพื่อให้พระองค์มีคู่ เนื่องจากชาวอินเดียโบราณถือว่าผู้หญิงที่ไม่มีคู่นั้นจะถูกประณามจากคนทั่วไป ชาวอินเดียนิยมเอามือแต่พื้นดินแล้วมาแตะหน้าผาก เพื่อเคารพพระแม่ธรณี บางคนยังเอานมเทราดพื้นดิน เพื่อบูชาท่านอีกด้วย

 

                นอกจากการขอพรและขอให้ท่านคุ้มครองแล้ว พระแม่ธรณียังเป็นเทพเจ้าที่คนนิยมขอให้ท่านเป็นพยานในเรื่องต่างๆ ด้วยการกราบไหว้แล้วกล่าวว่า

 

ธรณีนี่นี้ เป็นพยาน

เราก็ศิษย์มีอาจารย์ หนึ่งบ้าง

เราผิดท่านประหาร เราชอบ

เราบ่ผิดท่านมล้าง ดาบนั้น คืนสนอง

 

                เมื่อต้นปี ๒๕๕๓ ผู้เขียนได้เข้าไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และมีโอกาสได้ร่วมประชุมกับอาสาพัฒนาพรรคท่านอื่นๆ เพราะว่าผู้เขียนเคยเขียนเรื่องอภิสิทธิ์คนเหนือดวง แล้วมีสมาชิกพรรคท่านหนึ่งได้ติดต่อมา ผู้เขียนจึงสนใจและไปสมัคร ปาฏิหาริย์ของพระแม่ธรณีที่เกิดขึ้นกับผู้เขียนนั้น เป็นเรื่องที่ผู้เขียนไม่ได้ขอให้กับตนเองโดยตรง แต่ผู้เขียนได้ไปขอให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ถูกยุบ ซึ่งคิดว่าคงมีสมาชิกพรรคหลายท่านได้ขอเช่นเดียวกับผู้เขียน

 

                เมื่อเข้าไปที่พรรคก็รับรู้ได้ถึงความเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ พรรคนี้อยู่กับแบบเรียบง่าย ไม่มีพิธีรีตรอง และทุกคนล้วนอัธยาศัยดี เรื่องเงินทุนก็ไม่ได้มากมาย ทีมกฎหมายคดียุบพรรคก็ช่วยกันทำเอง ได้คุยกับผู้ใหญ่หลายท่าน ทุกคนต่างกังวลกับคดี และไม่ทราบว่าจะชนะหรือไม่ ทุกคนกังวล ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ผู้เขียนเองซึ่งเป็นหมอดู ก็ได้ทำนายไว้ในหนังสืออภิสิธิ์คนเหนือดวงและหนังสือศาสตร์แห่งโหร ๒๕๕๔ ตรวจส่วนประวัติหมอดู ๓๐ ท่านว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ถูกยุบ

 

                เมื่อหนังสือศาสตร์แห่งโหร ๒๕๕๔ ออกมามีผู้ตำหนิว่าคำทำนายของผู้เขียนจะต้องผิดพลาด พรรคจะต้องถูกยุบ และมีหมอดูหลายท่านทำนายว่าจะถูกยุบ แทบจะมีผู้เขียนคนเดียวทายว่าไม่โดนยุบ ผู้เขียนได้ไปไหว้ขอพรพระแม่ธรณีว่าอย่าให้พรรคโดนยุบเลย แล้วก็ไม่โดนจริงๆ คงเป็นเพราะแรงอธิษฐานของหลายๆ คนรวมทั้งผู้เขียนด้วย ส่งผลให้พรรคไม่โดนยุบจริงๆ อีกอย่างหนึ่งก็เพราะพรรคนี้มีคนดีๆ ทำงานอยู่ข้างในหลายคน ทำให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง หาไม่แล้ว ก็คงไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยเหลือขนาดนี้ เรียนว่าคนดีพระคุ้มครอง

 

ดวงพรรคประชาธิปัตย์

 

                พรรคประชาธิปัตย์เกิดวันเสาร์ที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๙ เวลา ๘.๑๒ น. กรุงเทพมหานคร เมื่อผูกดวงแล้วได้ลัคนาราศีเมษ มีดาวศุกร์กุมลัคน์ มีดาวเรียงรายติดต่อกัน ๖ ราศี เป็นดวงมาลัยโยค ดาวตนุลัคน์อยู่ราศีกรกฎเป็นนิจ มีดาวพฤหัสบดีเล็งลัคนา ทำให้ลัคนาของพรรคเป็นลัคนาเดียวกับดวงเมือง พรรคนี้จึงอยู่คู่ประเทศชาติมาเป็นเวลานาน จัดว่าดวงสมพงษ์กับลัคนาประเทศ ดวงแข็ง เพราะตั้งพรรคในวันเสาร์เดือนห้า แต่ตามดวงจริงๆ ของพรรคนั้นถือกำเนิดในวันศุกร์ที่ ๕ เมษายน จึงเป็นวันเกิดก้ำกึ่งระหว่างศุกร์กับเสาร์ซึ่งหมายถึงพระแม่ธรณีและเลขที่ตั้งพรรคก็คือเลขที่ ๖๗ ซึ่งเลข ๖ หมายถึงดาวศุกร์ และเลข ๗ หมายถึง ดาวเสาร์นั้นเอง

 

พระพิฆเนตร

 

 

                พระพิฆเนตรเป็นเทพเจ้าที่มีเศียรเป็นรูปช้างเป็นเทพเจ้าที่คนมักไปสักการะเพื่อขอเกี่ยวกับเรื่องการงานและความรุ่งเรืองในชีวิต เนื่องจากท่านมีหนูเป็นพาหนะ คนเกิดปีชวดจึงเหมาะที่จะไปไหว้ท่านเป็นพิเศษ แต่คนที่เกิดปีอื่นๆ ก็สามารถไปไหว้ท่านได้เช่นกัน

               

วิธีการบูชาพระพิฆเนตรสามารถทำได้ดังนี้

 ครั้งแรกที่ประดิษฐานองค์เทวรูป ให้ขอพระว่า

 

อิหะ ภคะวาน ศรี (ชื่อองค์ที่นำมาสถิต) ศะ จิรัม ติษฐะตุ

 

เตรียมเครื่องบูชาดังนี้

๑.             กระถางธูป เชิงเทียน แจกันดอกไม้

๒.           เชิงจุดกำยาน

๓.           กำยาน

๔.           ถวายน้ำ

๕.           ผลไม้จริง จัดเป็นจำนวนเลขคี่

๖.            ขนมที่ถวายห้ามมีส่วนผสมของเนื้อสัตว์

๗.           ล้างภาชนะให้สะอาด และเก็บในที่สูง

๘.           ห้ามใช้ของหมักของดองถวาย ส่วนเนื้อสัตว์ สุรายาสูบ ห้ามวางใกล้องค์เทวรูป

๙.            เปิดเพลงถวาย

 

ดอกไม้

ดอกกุหลาบแดงร้อยเป็นพวงมาลัย ดอกบัว ดอกดาวเรือง ดอกจำปี ดอกจำปา

 

ธูปและกำยาน

กลิ่นกุหลาบ ดอกบัว กลิ่นไม้จันทร์ กลิ่นโมก กลิ่นกฤษณา

 

จำนวนธูปที่ใช้จุด

- ขอเรื่องสำคัญและเร่งด่วน ใช้ธูป ๓๙ ดอก

- บูชาโดยปกติ ใช้ธูป ๑๖ ดอก

- ต้องการรังสีจากพระองค์ท่าน เพื่อให้บรรลุความสำเร็จใช้ธูป ๘ ดอก

 

เครื่องสังเวย

ขนมและผลไม้มีกลิ่นหอม เช่น กล้วยน้ำว้า ถั่ว อ้อย นม เนย มะพร้าวอ่อน

 

 

คาถาบูชาพระพิฆเณศ

โอมตัสสัต   โอมมหาเดวะ   มหาณัม   มหาวัสสกาลัม   มหาพิคคะเณ   พรหมาณัง   วิญญาณัง   นมัสสามิ   นโมนะมะ        

โอม  คเณศายะนะมะ   หริโอม   ศรีคณปตเย   นะมะ

สิทธิสวาหะ หริโอม   ศรีคณปต   เยนะมะ     

โอม   คเณศายะ   นะมะ

โอม ศรี คเณศายะ นะมะ

 

คำแปล

ข้าแต่องค์พระพิฆเณศ ผู้เป็นเทพเจ้า แห่งศิลปวิทยา เทพแห่งความสำเร็จ 

ขอพระองค์จงอำนวยพรชัย ให้ข้าพเจ้าและครอบครัวมีความเจริญในปัญญา ประสบความสำเร็จก้าวหน้าในสัมมาชีพ  การงาน การศึกษา ทั้งหลายทั้งปวง

ขอพระองค์จงประทานพรชัย ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว เจริญด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ

ขอเทวานุภาพแห่งองค์พระพิฆเณศ อำนวยชัยให้พรแด่กิจการงานต่าง ๆ ของข้าพเจ้า  ประสบความเจริญก้าวหน้าวัฒนาถาวรยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเทอญ

 

หรือสวดบทต่อไปนี้

 

โองการพินธุ นาถังอุปปันนัง พรหมมะโน จะอินโธ

พิฆฆะเนศโต มหาเทโว

อะหังวันทา มิสัพพะทา

สิทธิกิจจัง   สิทธิกัมมัง สิทธิการิยัง ประสิทธิเม

 

                ผู้เขียนเคยไปไหว้ขอพรให้สามารถโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่การงานไปยังฝ่ายที่ต้องการได้ แล้วสามารถย้ายไปได้สำเร็จ  แต่ถ้าเราได้ตามที่ต้องการแล้วให้แก้บนโดยเร็ว และการอธิษฐานให้ขอสิ่งที่เป็นมงคล ขอด้วยใจที่บริสุทธิ์ ไม่คิดร้ายและทำให้ผู้ใดเดือดร้อน นอกจากนี้ควรทำบุญสม่ำเสมอด้วย ท่านจะได้คุ้มครองเราไปตลอด

 

 

พระนางเรือล่ม

 

                พระนางเรือล่มหรือสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี เป็นพระมเหสีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ของเรา ซึ่งพระองค์ทรงรักพระนางอย่างยิ่ง เรียกได้ว่ารักที่สุดในบรรดาพระชายาทั้งหมด พระนางทรงสิ้นพระชนม์พระเสด็จประภาสทางเรือแล้วเรือล่ม เนื่องจากทรงกระโดดลงไปช่วยเจ้าฟ้าหญิงกรรณาภรณ์เพชรรัตน์ โสภางคทัศนิยลักษณ์ อัครวรราชกุมารี พระราชธิดา ทำให้ทั้งสองสิ้นพระชนม์ รวมทั้งพระราชบุตรในพระครรภ์ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นพระราชโอรสหรือพระราชธิดาอีกด้วย ทำให้รัชกาลที่ ๕ ทรงเสียพระทัยอย่างยิ่ง ภายหลังมหาชนได้ถวายพระนามให้พระนางว่าพระนางเรือล่ม

 

 

                เรื่องราวของพระนางคล้ายกับเรื่องราวของ ทัชมาฮาล คือทรงเป็นหญิงที่รักยิ่งของผู้ยิ่งใหญ่ หลังจากพระนางสิ้นพระชนม์ที่ ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งปัจจุบันนี้คือ วัดกู้ ได้มีการสร้างพระราชานุสาวรีย์ของพระนางไว้ดังนี้

   ๑. พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ ณ น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี

   ๒. พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ฯ ณ สวนสราญรมย์

   ๓. พระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ณ พระราชวังบางปะอิน

                นอกจากนี้ยังมีการสร้างมหาวิทยาลัยสวนสุนันทาเพื่อระลึกถึงพระนางอีกด้วย ได้มีผู้วนเวียนกันไปสักการะพระราชานุสาวรีย์ของพระนางมากมาย และเชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์ ผู้เขียนเองก็เคยบนกับพระนางไว้ โดยมีอยู่วันหนึ่งได้อ่านประวัติของพระนางแล้วเกิดประทับใจในความรักของท่านและพระพุทธเจ้าหลวง รวมทั้งความเป็นแม่ของพระนางจึงอธิษฐานจิตในเรื่องๆ หนึ่ง (ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรจะกล่าวในที่นี้) แล้วได้ดังใจปรารถนา จึงได้ไปแก้บนที่มหาวิทยาลัยสวนสุนันทา  ผู้เขียนรู้สึกซาบซึ้งในความขลังของท่านอย่างมาก

 

หลวงปู่ชีวกโกมารภัจจ์

 

 

                หลวงปู่ชีวกโกมารภัจจ์เป็นฤาษีที่มีชื่อเสียงในเรื่องการแพทย์ การรักษาโรค เพราะท่านเป็นแพทย์ที่รักษาพระพุทธเจ้า ผู้ที่ป่วยหรือมีโรคประจำตัว ต้องการรักษาโรคให้หาย นอกจากการไปพบแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว ควรจะไปไหว้หลวงปู่ชีวกโกมารภัจจ์ ผู้เขียนเองก็เคยป่วยเป็นโรคปวดศีรษะและความดันโลหิตสูง เมื่อได้ไปไหว้ท่านแล้ว โรคได้ทุเลาลงไปมาก จึงนับถือในความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน

 

                ผู้ที่สนใจจะไปไหว้ท่าน สามารถไปได้หลายแห่ง เพราะวัดหลายๆ แห่งจะมีรูปปั้นของท่าน ผู้อ่านสามารถเช่ามาบูชาที่บ้านได้ด้วย เมื่อจุดธูปเทียนและถวายพวงมาลัยแล้ว ให้สวดมนต์ดังต่อไปนี้

 

คาถาบูชาเอกอัครมหาบูรพา ปรมาจารย์ ชีวกโกมารภัจจ์ (แพทย์ที่รักษาพระพุทธเจ้า)

 

*นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธ ธัสสะ (3 จบ)

 

โอมะ นะโม ชีวะโก สิระสา อะหัง กะรุณิโก

 

สัพพัง สัตตานัง โอสะถะทิพพะมันตัง

 

ปะภาโส สุริยาจันทัง โกมาระภัจโจ ปะภาเสสิ

 

วันทามิ บัณฑิโต สุเมธะโส อะโรคา สุมะนะโหมิ

 

บทแปล

 

กราบหลวงปู่ ชีวก โกมารภัจจ์

น้อมมนัส ตั้งจิต อธิษฐาน

เทิดศรัทธา ปสาทะ แห่งดวงมาน

บูชาญาณ ศักดิ์สิทธิ์ ฤทธิรงค์

อันสรรพโรค ก่อภัย ในตัวข้าฯ

น้อมบูชา โอสถ กำหนดผล

ดุจทิพยยา ปู่กลั่นฯ บันดาลดล

ประจุปวง ทิพยมนต์ ทุกหนไป

ยาชำแรก แทรกกาย ให้สดชื่น

เพื่อส่งฟื้น คืนคลาย หายป่วยไข้

มหิทธา ยาสมาน ขนานใด

ดับโรคภัย ถูกโรค พ้นโศกปวง

แม้นลูกหาย ป่วยไข้ ในครั้งนี้

ขอน้อมพลี แผ่บุญ หนุนโชติช่วง

เทิดธรรมคุณ บำเพ็ญ ให้เด่นดวง

ก้าวพ้นบ่วง กรรมเวร เว้นบาปกรรม

ปัจจัยน้อม รักษา สงฆ์อาพาธ

กุศลหยาด บุญพร้อม ย่อมเลิศล้ำ

พุทธศาสน์ ส่งเรือง เฟื่องหลักธรรม

สงฆ์แผ่นำ ฉ่ำหล้า สถาวร

 

จากเว็บไซต์

http://www.pantown.com/board.php?id=25399&area=3&name=board15&topic=19&action=view

 

พระอัญญาโกณทัญญะ

               

                พระอัญญาโกณทัญญะเป็นพระภิกษุองค์แรกในศาสนาพุทธ ผู้ที่ต้องการเรียนโหราศาสตร์ให้มีความชำนาญและแม่นยำให้ไหว้ท่าน แล้วจะเป็นนักโหราศาสตร์ที่เก่งมาก ทายสิ่งใดก็ถูกต้อง เนื่องจากท่านเป็นพรหมาณ์ที่เคยทำนายว่าพระพุทธเจ้าจะเป็นศาสดาของศาสนา ในตอนที่พระองค์ประสูติได้ ๕ วัน ได้มีการจัดเลี้ยง เชิญพราหมณ์มา ๑๐๘ ท่าน รวมทั้งพระอัญญาโกณทัญญะ ได้มีการคัดเลือกพราหมณ์เพื่อมาทำนายพระชาตาของพระพุทธเจ้า ๘ ท่าน ๗ คนแรกได้ทำนายว่าเจ้าชายสิทธัตถะหรือพระพุทธเจ้าจะได้เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่หรือไม่ก็เป็นศาสดาเอกของโลก แต่พระอัญญาโกณทัญญะซึ่งเป็นพราหมณ์คนที่ ๘ และมีอายุน้อยที่สุด ได้ทำนายว่า พระพุทธเจ้าจะได้เป็นศาสดาของโลกเพียงสถานเดียวเท่านั้น และภายหลังเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ พระอัญญาโกณทัญญะก็ตามมาบวช และบรรลุเป็นพระอรหันต์ทันที

 

                ผู้ที่นับถือพระอัญญาโกณทัญญะจะได้เป็นบุคคลอัจฉริยะที่มีความคิดสวนทางกับคนอื่น มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และมองเห็นอนาคต ดังเช่นหมอดูท่านหนึ่ง เมื่อตอนไหว้ครูเขาไม่ได้ไหว้กับตัวบุคคล แต่ได้จุดธูปเทียนไหว้แล้วระลึกถึงพระอัญญาโกณทัญญะ เมื่อเป็นหมอดูแล้ว ทำนายครั้งใดมักไม่ผิดพลาด ดังนั้นหมอดูจึงควรไหว้พระอัญญาโกณทัญญะเพื่อเป็นการบูชาครู โดยจุดธูปเทียน ดอกไม้ แล้วระลึกถึงท่าน แล้วสวดบทสวดดังนี้

 

วิธีการไหว้

๑. จุดธูป ๕ ดอกหรือ ๙ ดอก

๒. ตั้งนะโม ๓ จบ

 

มาตาคุณัง ปิตาคุณัง อาจาริยะ คุณังจะ สิระสา วันทามิ .... ( กราบ ๑ ครั้ง )

โองการพินธุนาถัง อุปปันนังพรหม มาสะหะ ปะตินามัง อาทิกัปเป สุอาคะโต   ปัญจะปะทุ มังทิสะวา  นะโมพุทธายะ  วันทะนัง

 

เสฐฐันติ  ระตะนัง โลเก วันทิตตะวา ปะการะนัง อิมัง เลขะสมุทยัง  ปะริสายะ ยะถาพลัง

โอมมนัสสิตะวา นพพระคาถา ตถาคตธรรมคัมภีร์ นพสงฆ์สิกขา นพอาจารีย์ นพโหราตรี เวทย์วิทยาศาสตร์ไสย

 

มนัสสิตะวา อิศรี สิทธิโลกะนาถัง อนุตะรัง อิศรี จะวัฒนะ อะหังวันทามิตัง อิศรี  ( ๓ จบ  )

ยะมะหัง ครูอาจาริยัง สะระณัง  คะตา (หญิง )      คะโต  (ชาย)

อิมินา สักกาเรนะตัง ครูอาจาริยัง อภิปูชยามิ   ( ๓ จบ )

 

             นะมะพะทะ นะโมพุทธายะ  ข้าพเจ้าชื่อ .........  สกุล .......... ขออาราธนาคุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรมเจ้า คุณพระอริยสงฆ์เจ้า  คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์  คุณปู่ฤาษี ๑๐๘ ตน  คุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลพิภพทั่วทั้งจักรวาล  เทพพรหมทั้ง ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ชั้นดิน ทุกพระองค์   ขอจงเปิดโลก  เปิดหนทางสว่าง เปิดความลี้ลับ ลึกลับแห่งการพยากรณ์ ทุกศาสตร์การพยากรณ์  ทุกดิถี ทุกฤกษ์ยาม ทุกตัวเลข ตัวอักษร ให้ทายแม่นดั่งตาเห็น โปรดประทานปรีชาญาณให้แก่จิตวิญญาณของข้าพเจ้า ........ ขอให้วาจาของข้าพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ ขอจงประสิทธิ์แก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ ...

 

·       พุทธธังประสิทธิ  ธรรมมังประสิทธิ  สังฆังประสิทธิ ประสิทธิเม

 

คาถาจากเว็บไซต์

http://www.horoscope๑๕๙.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=๒๖๓๓๕๙&Ntype=

 

                เมื่อใครได้ไหว้ครูพระอัญญาโกณทัญญะแล้ว จะเป็นหมอดูที่ทายแม่นยำ อย่างหาตัวจับยาก แต่ผู้ที่ไหว้ต้องเป็นคนดี ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม หมั่นทำบุญทำทานและช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอย่างสม่ำเสมอ เคล็ดอีกประการหนึ่งที่จะทำให้หมอดูทายแม่นก็คือ ให้เก็บเงินคนมาดูไม่มากนัก ถ้าผู้ที่มาดูเดือดร้อน ไม่มีเงินก็ดูให้ฟรี โดยไม่ต้องเก็บเงินก็ได้ เมื่อใดที่หมอดูเกิดกิเลส ต้องการเงินมากๆ หลอกลวงผู้มาดูให้สะเดาะห์เคราะห์ หรือพูดให้เครียด โดยเรียกเงินเพื่อแก้กรรม หมอดูผู้นั้นวิชาจะเสื่อม ทายไม่แม่นอีกต่อไป

 

                วิชาโหราศาสตร์ไม่ใช่วิชาที่จะทำให้ร่ำรวย เช่นเดียวกับวิชาแพทย์ แต่เป็นวิชาที่เรียนเพื่อช่วยเหลือคน และคนเรียนต้องมีคุณธรรม มีความกตัญญูเมตตา กรุณา และรู้จักความพอเพียงจึงจะร่ำรวยได้ ถ้าผู้ใดดวงดูเพื่อเงินที่จ้างมาเพื่อทำลายผู้อื่นหรือทำเพื่อผลประโยชน์ในทางชั่วครูบาอาจารย์จะสาปแช่ง นอกจากนี้ไม่ควรดูดวงที่ตนเองอ่านไม่ออก ไม่ควรทายมั่วๆ ไม่ควรตำหนิอาจารย์ของผู้อื่น เพราะการตำหนิอาจารย์ของผู้อื่นนั้นเท่ากับการตำหนิครูอาจารย์ของตนเองเช่นกัน

 

                นอกจากนี้หมอดูยังต้องมีความคิดที่ดีกับตนเองกับโลกและบุคคลอื่นๆ ทำนายสิ่งดีๆ ที่ช่วยทำให้เจ้าชะตามีดวงที่ดีขึ้น นำพาเขาไปสู่สิ่งดีๆ คำทำนายที่ทำให้เครียด จิตตระหนกเช่นทายว่าตายนั้นไม่ควรจะพยายามไปคิดที่จะทายเขา ไม่ว่าจะเป็นดวงของใคร คนยิ่งใหญ่หรือคนต่ำต้อย เราจะใช้วิชาไปรังแกเขาไม่ได้ จะไปทายเขาตายเมื่อไร หย่าเมื่อไร พิการเมื่อไร ห้ามเด็ดขาด ถ้าเราคิดจะทายเช่นนั้น ขอให้สำนึกแล้วว่าดาวพฤหัสบดีเราต้องเสีย ไม่เหมาะจะเป็นคนมาดูดวง ไม่เหมาะจะมารับผิดชอบชีวิตคน

 

                ถ้าดวงเขาเสียเตือนได้และแนะนำวิธีที่เป็นประโยชน์ที่ช่วยให้เขาแก้ไขได้ให้ละเอียด แต่ถ้าสิ่งใดแก้ไขไม่ได้ รู้ไปแล้วเขาจะเครียดและแย่ ก็อย่าทำนายเด็ดขาด แม้ว่าทำนายแล้วเราจะทายถูกและทำให้ตนเองมีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ภายหลังเราจะตกต่ำลง และวิชาเสื่อมในที่สุด ขอให้พึงสังวรณ์ด้วย บางครั้งก็ต้องยอมทายผิดเพื่อให้คนอื่นสบายใจ และไม่หมดกำลังใจ พร้อมทั้งแนะวิธีแก้ไขให้เขาผ่านสถานการณ์นั้นไปได้ เป็นเหมือนเพื่อนแท้ของคนที่มาดูดวง  ในเมื่อฟ้าลิขิตให้มาทำด้านนี้ต้องทำด้วยใจ ทำเพื่อช่วยคนอย่างแท้จริง ไม่ใช่ทำเพื่อเงินอย่างเดียว

 

                เป็นหมอดูต้องทำบุญมากๆ ดีกับคนอื่นด้วยกาย วาจา ใจ แม้ว่าคนบางกลุ่มจะดูถูกหมอดู แต่สักวันถ้าเขาเจอชะตากรรมบางอย่าง และดาวมฤตยูในดวงเขานำให้มาเชื่อเรื่องนี้แล้ว เขาก็จะพบว่าการดูดวงไม่ใช่เรื่องเหลวไหล เพราะพระพุทธเจ้าเอง ท่านก็ทราบดีว่าโหราศาสตร์ทำนายได้จริง เพราะว่าพระอัญญาโกณธัญญะนั้นทายดวงพระชะตาของท่านได้แม่นยำอย่างที่เห็น แต่พระองค์ไม่อยากให้คนเชื่อดวงก็เพราะชอบมีหมอดูอาศัยเวลาคนดวงตก ทายร้าย แล้วเรียกเงิน หรือบางคนเกลียดใครก็แกล้งเอาส่วนไม่ดีของดวงเขามาทาย ทำให้ชีวิตของเขาแย่ลง ซึ่งเรื่องนี้มีให้เห็นกันบ่อยๆ

 

                การดูดวงของคนอื่นนั้นเป็นการนำกรรมของเขามาตีแผ่ ในดวงของคนเราบอกกรรมเก่าได้ ถ้าดาวไหนเสีย แสดงว่ากรรมด้านนั้นไม่ดี เช่นดาวการเงินเสีย อาจจะเพราะเคยเป็นหนี้สินแล้วไม่ชดใช้ เมื่อเรารู้กรรมของเจ้าชะตาแล้วไปบอกให้เขาแก้ไข ทั้งตัวเราและคนที่มาดูดวงต้องทำบุญให้เจ้ากรรมนายเวรด้วย เพื่อไม่ให้เจ้ากรรมนายเวรของคนที่มาดูดวงโกรธที่เราไปแก้กรรมให้ ไม่เช่นนั้นหมอดูจะเดือดร้อน เพราะว่าดาวมฤตยูที่ควบคุมเรื่องการดูดวงเป็นดาวบาปเคราะห์เหมือนเราไปเอาอนาคตมา เราก็ต้องทำบุญชดใช้ด้วย

 

                การเป็นหมอดูเราต้องเคารพให้หลักวิชาโหร คือต้องเชื่อว่าหลักการและโหราศาสตร์มีความศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ดวงเป็นอย่างไรต้องกล้าทำนาย ถ้าการทำนายนั้นไม่สร้างความเดือดร้อนให้ใคร อย่าทำนายแบบเดาสุ่มหรือคาดคะเนจากเหตุผล โดยไม่อิงดาว เช่น มีคนมาถามว่าจะสอบเอ็น-

-ทรานส์ติดหรือไม่ แล้วดวงเขาสอบติด เป็นดวงคนมีสติปัญญาดี แต่หมอดูไม่มั่นใจในหลักวิชาโหร และลังเล เพราะคิดว่าเอนทรานส์ไม่ใช่จะติดกันง่ายๆ คนส่วนใหญ่ไม่ติด เลยทายไม่ติดดีกว่า จะได้ไม่พลาด แบบนี้ถือว่าผิดหลักจรรยาบรรณ และอาจจะทำให้ดวงเขาเสีย คือแทนที่จะติดดีกว่านั้น ก็อาจจะพลาดได้รองลงมา เพราะไม่มั่นใจในความสามารถของตนเองได้ ที่สำคัญหมอดูจะทายผิดและพลาดไปจริงๆ มีกรณีเช่นนี้มากแล้ว เพราะการทำนายอย่างที่อาศัยเหตุผล มากกว่าใช้หลักวิชานั่นเอง

 

                สุดท้ายเกี่ยวกับหลักการเรียนดูดวงก็คือหมอดูต้องทำชีวิตของตนเองให้ประสบความสำเร็จด้วย เพราะถ้าตัวเราเองยังล้มเหลว เรายังจะไปแนะนำใครได้อีก และดีไม่ดีเราอาจจะทำนายดวงคนอื่นพลาดหมด เพราะชีวิตเราล้มเหลว เราจึงมองโลกเป็นสีเทา ใครมาดูดวงกับเรา เราก็จะทายร้ายหมด ทั้งๆ ที่ดวงเขานั้นดีมากๆ เขาจะว่าเราไม่แม่นได้ อันเกิดขึ้นจริงๆ มาหลายครั้งแล้ว ขอให้ตระหนักไว้

 


พระตรีมูรติ

 

                สิ่งที่คนเราให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ก็คือความรัก คนที่อ่อนไหวง่ายมักจะคิดว่าความรักเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอารมณ์อันละเอียดอ่อน ทำให้เขาต้องการคนมารักดูแลกันและกัน

 

                เมื่อเราผิดหวังในความรักทางศาสนาก็มีวิธีแก้ไขเพื่อให้กำลังใจ ด้วยการไหว้พระตรีมูรติ เทพเจ้าแห่งความรัก ซึ่งในกรุงเทพฯจะมีหลายแห่ง แต่ที่เด่นมากๆ ก็คือที่บริเวณตึกเซ็นทรัลเวิร์ดประตูน้ำ ช่วงที่มีการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ของกลุ่ม นปช. นั้น มีการเผาตึกเซ็นทรัลเวิล์ด แต่พระตรีมูรติ และพระพิฆเนตรไม่เป็นอะไรเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ เพราะไฟนั้นไหม้ตึกมอดทั้งหลังเลยทีเดียว ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจว่าจะไปไหว้ที่ไหน ลองไปที่สี่แยกราชประสงค์ เพราะศักดิ์สิทธิ์จริง

 

                คนที่มักจะผิดหวังในความรักก็คือคนที่เชื่อคนง่าย หวั่นไหวกับคำพูดคน เช่น คนเกิดวันจันทร์ วันพุธ และวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันอ่อน ทั้งๆ ที่คนเกิดสามวันนี้มักจะมีหน้าตาดี แต่เรื่องความรักนั้นไม่ค่อยดี เพราะเวลามีความรักมักจะไม่มั่นใจในตนเอง ชอบไปถามคนโน้นคนนี้ว่าแฟนเราดีหรือไม่ ทำให้ได้รับคำตอบในเชิงลบจากเพื่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง ของตนเอง เพราะความที่คนเหล่านี้ไม่อยากให้เขามีคนรัก อาจจะห่วงมากไปหรือหวงมากไปก็เป็นได้ ผิดกับคนเกิดวันเสาร์ วันอาทิตย์ วันพฤหัสบดี และวันพุธกลางคืน แม้จะมีเสน่ห์น้อยกว่า แต่มักได้ความรักที่มั่นคง ก็เพราะความที่มั่นใจในตนเองมากกว่า ก็เลยไม่ไปรับเอาคำพูดของคนอื่นมาเป็นอารมณ์นั่นเอง

 

                ดังนั้นถ้าหากใครรู้สึกไม่มั่นใจในเรื่องความรักแล้ว ให้อธิษฐานจิต ไหว้พระตรีมูรติ แล้วสวดบทสวดดังนี้

 

โอม ทัตตาเตรโยวิชยเตตราม นะมะ

โอม ทัตตาเตรโยวิชยเตตราม นะมะ

โอม ทัตตาเตรโยวิชยเตตราม นะมะ

 

ข้าขอนอบน้อมพระผู้ยิ่งใหญ่ในสามภพ พระผู้เป็นหนึ่งเดียวมิใช่สาม

พระผู้เป็นเทวาธิเทพ พระผู้เป็นมหาเทพ พระผู้เป็นมหาเทพของเทพทั้งหลาย

ขอนมัสการพระทัตตาเตรยะเทพซึ่งอยู่ในรูปสาม อยู่ในรูปพระพรหม

อยู่ในรูปพระวิษณุ และอยู่ใน

รูปพระศิวะ

และในการสวดบูชาพระทัตตาเตรยะนี้

(ข้าพเจ้า) ที่ได้กระทำมากหรือน้อย ด้วยการกระทำ

ทั้งหมดของ ข้าพเจ้านี้ ขอ พระทัตตาเตรยะ

ขอพระองค์ทรงอวยพรแก่ข้าพเจ้าทุกประการเทอญ

 

คาถาจากเว็บไซต์ http://www.buddhakhun.org/main//index.php?topic=๓๖๖.๐

 

                นอกจากนี้ควรสวดบทสวดบูชาพระประจำวันเกิด จะช่วยเสริมดวงความรักให้ดีขึ้น ควรสวดทุกครั้งที่ไม่สบายใจเรื่องคนรักและบริวารของตนเอง

 

คาถาสวดบูชาพระปางถวายเนตรหรือพระปางประจำวันอาทิตย์

อุเทตะยัญจักขุมา  เอกะราชา หะริสสะวัณโณ ปะฐะวิปปะภาโส  ตัง ตัง นะมัสสามิ หะริสสะวัณณัง  ปะฐะวิปปะภาสัง ตะยัชชะ  คุตตา วิหะเรมุ ทิวะสัง  เย พราหะมะณา เวทะคุ

สัพพะธัมเม  เต เม นะโม เต จะ มัง ปาละยันตุ  นะมัตถุ พุทธานัง นะมัตถุ  โพธิยา นะโม

วิมุตตานัง  นะโม วิมุตติยา อิมัง โส ปะริตตัง กัตวา โมโร จะระติ เอสนา ฯ

         

คาถาสวดบูชาพระพุทธรูปปางห้ามญาติประจำวันจันทร์

          ยันทุนนิมิตตัง  อะวะมังคะลัญจะ โย จะมานาโป

          สะกุณัสสะ สัทโท  ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง

          พุทธานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ

          ยันทุนนิมิตตัง  อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป

          สะกุณัสสะ สัทโท  ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง

          ธัมมานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ

          ยันทุนนิมิตตัง  อะวะมังคะลัญจะ โย จามะนาโป

          สะกุณัสสะ สัทโท  ปาปัคคะโห ทุสสุปินัง อะกันตัง

          สังฆานุภาเวนะ วินาสะเมนตุ

 

คาถาบูชาพระปางไสยาสน์ประจำวันอังคาร

          วัสสานุภาวะโต ยักขา เนวะ ทัสเสนติ ภิงสะนัง

          ยัมหิ เจานุยุญชันโต  รัตตินทิวาะ มะตันทิโต

          สุขัง สุปะติ สุตโต  จะ ปาปัง กิญจิ นะ ปัสสะติ

          เอวะมาทิคุณู  เปตัง ปะริตตันตัม ภะฯมะ  เห

          คนที่มีดาวอังคารตำแหน่งดีก็ควรสวดเช่นกัน  แต่อาจจะไม่ต้องสวดทุกวัน

 

 คาถาบูชาประจำวันเกิด  สำหรับคนเกิดวันพุธ (กลางวัน)

          สัพพาสีวะชาตีนัง  ทิพพะมันตาทะคัง วิยะ ยันนาเสติ  วิสังโฆรัง เสสัญจาปิ ปะริสสะยังอาณักเขตตัมหิ  สัพพัตถะ สัพพะทา สัพพะปาณิณัง สัพพะโสปิ นิวาเรติ ปะริตตันตัมภะณามะเส  ฯ 

 

คาถาบูชาประจำวันเกิด  สำหรับคนเกิดวันพุธ (กลางคืน)

                กินนุ สันตะระมาโน  วะราหุ สุริยัง ปะมุญจะสิ  สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ  ภีโต วะ ติฏฐะสีติสัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต  นะ สุขัง ละเภ พุทธะคาถาภิคีโตมหิ โน เจ มุญเจยยะ สุริยันติกินนุ สันตะระมาโน วะราหุ สุริยัง  ปะมุญจะสิ สังวิคคะรูโป อาคัมมะ กินนุ ภีโต วะ ติฏฐะสีติสัตตะธา เม ผะเล มุทธา ชีวันโต นะ สุขัง  ละเภ พุทธะคาถาภิคีโตมหิ โน เจ มุญเจยยะ จันทิมันติฯ  คนที่มีดาวพุธตำแหน่งดีก็ควรสวดเช่นกัน แต่อาจจะไม่ต้องสวดทุกวัน

คาถาสวดบูชาพระปางสมาธิหรือพระปางประจำวันพฤหัสบดี               

          ปูเรนตัมโพธิสัมภาเร นิพพัตตัง โมระโยนิยัง

           เยนะ สังวิหิตารักขัง  มะหาสัตตัง วะเนจะรา

           จิรัสสัง วายะมันตาปิ  เนวะ สักขิงสุ คัณหิตุง

           พรัหมะมันตันติ อักขาตัง ปะริตตันตัมภะณามะ เห

         

คาถาสวดบูชาพระพุทธรูปปางรำพึงประจำวันศุกร์

          อัปปะสันเนหิ  นาถัสสะ สาสะเน สาธุ สัมมะเต  อะมะนุสเนหิ จัณเฑหิ สะทา กิพพิสะการิภิ ปะริสานัญจะ  ตัสสันนัง มะหิงสายะ จะ คุตติยา ยันเทเสหิ มะหาวีโร ปะริตตันตัมภะณามะ เห ฯ

 

คาถาสวดบูชาพระปางนาคปรกหรือพระปางประจำวันเสาร์

          ยะโตหัง ภะคินิ อะริยายะ ชาติยา ชาโต

          นาภิชานามิ สัญจิจจะ ปาณัง ชีวิตาโวโรเปตา

          เตน สัจเจนะ โสตถิ  เต โหตุ คัพภัสสะ ฯ    

 


พระพรหม

 

                พระพรหมเป็นเทพเจ้าที่คนนิยมบูชาสักการะเพื่อขอด้านความรัก การงาน การเรียน และการเงิน เนื่องจากมีความศักดิ์สิทธิ์ พระพรหมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศของเราคือพระพรหมเอราวัณบริเวณสี่แยกราชประสงค์ พระพรหมรูปนี้สร้างขึ้นใหม่หลังจากมีผู้ทุบทำลาย ผู้ทุบทำลายได้รับกรรมทันทีคือถูกรุมประชาทัณฑ์ถึงแก่ความตาย และทราบภายหลังว่าชายผู้นั้นเป็นคนวิกลจริต

 

                พระพรหมนั้นเราสามารถขอได้แทบทุกเรื่อง แต่ผู้ที่ขออย่าลืมทำบุญเพื่อเสริมดวงในกับตนเองด้วย อย่าขอเพียงอย่างเดียว เพราะมิเช่นนั้นเราจะเป็นหนี้ของพระพรหม คือไปขอบุญท่านมาจนมากเกินไป ผู้ขอควรตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดี ไม่คิดร้ายต่อคนดีและประเทศชาติบ้านเมือง การขอจึงจะเกิดผลดีกับตนเอง

 

วิธีการบูชา

๑.             การกราบไหว้พระพรหมนั้นต้องไหว้ให้ครบทั้ง ๔ พักตร์ โดยเริ่มจากพระพักตร์กลาง เดินวนไปตามเข็มนาฬิกา จนกลับมาทีเดิม

๒.           กำยานหรือธูปหอม

๓.           ดอกไม้มงคลเช่น ดอกดาวเรือง ดอกบัว ดอกมะลิ ดอกโมก

๔.           อาหารควรเป็นขนมหวาน 

๕.           ผลไม้ เช่น มะพร้าว กล้วย สาลี่

๖.            ธัญพืช เช่น เมล็ดถั่วต่างๆ งาขาว งาดำ ลูกเดือย ข้าวสาร 

๗.           ห้ามถวายอาหารที่ทำมาจากเนื้อสัตว์เด็ดขาด

 

และสวดคาถาบูชาดังนี้

คาถาบูชาพระพรหม    ( เอราวัณ )

โอมปะระเมสะนะมัสการัม

องการะนิสสะวะรัง   พรหมเรสสะยัมภูปัสสะ   วะวิษณุ

ไวยะทานะโมโทติลูกปัม     ทะระมา    ยิกยานัง    ยะ     ไวยะลา

คะมุลัม    สะทานันตะระ     วิมุสะตินัน     นะมัตเต    นะมัตเตร

จะ     อะการัง      ตโถวาจะ      เอตามาตาระยัต      ตะมัน

ตะรามา   กัตถะนารัมลา   จะสะระวะปะติตัม   สัมโภพะ  กลโล

ทิวะทิยัม    มะตัมยะ

ขอให้ข้าพเจ้า-----(ชื่อ)------จงประสบความสุขความเจริญและได้------ (สิ่งที่ต้องการขอ)------ ดังปรารถนา

 

 

วัดเล่งเน่ยยี่

 

                วัดเล่งเน่ยยี่หรือวัดมังกรกมลาวาสเป็นวัดจีนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนและคนไทยทั่วไปนิยมไปไหว้เพื่อขอพรและแก้ชง ตั้งอยู่ที่เยาวราช  คนที่ปีชงนิยมไปแก้ชง นอกจากนี้คนที่ไม่ชงหรือดวงฮะก็นิยมไปไหว้เพื่อเสริมดวงที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งๆ

 

คำว่าชงนั้นคือการปะทะ มีเรื่องขัดแย้งการทะเลาะเบาะแว้ง

คำว่าฮะนั้นแปลว่าสมพงษ์ เกื้อหนุน เกื้อกูลกัน

คนเกิดปีต่างๆ นั้นมีดวงชง-ฮะของแต่ละปีดังนี้

ปีเกิด

ชงสุขภาพ

ชงชื่อเสียง

ชงการงาน

ชงความรัก

ฮะการเงิน

ฮะความคิด

ฮะความสุข

ชวด

ชวด

เถาะ

มะเมีย

ระกา

ฉลู

มะโรง

วอก

ฉลู

ฉลู

มะโรง

มะแม

จอ

ชวด

มะเส็ง

ระกา

ขาล

ขาล

มะเส็ง

วอก

กุน

เถาะ

มะเมีย

จอ

เถาะ

เถาะ

มะเมีย

ระกา

ชวด

ขาล

มะแม

กุน

มะโรง

มะโรง

มะแม

จอ

ฉลู

มะเส็ง

วอก

ชวด

มะเส็ง

มะเส็ง

วอก

กุน

ขาล

มะโรง

ระกา

ฉลู

มะเมีย

มะเมีย

ระกา

ชวด

เถาะ

มะแม

จอ

ขาล

มะแม

มะแม

จอ

ฉลู

มะโรง

มะเมีย

กุน

เถาะ

วอก

วอก

กุน

ขาล

มะเส็ง

ระกา

ชวด

มะโรง

ระกา

ระกา

ชวด

เถาะ

มะเมีย

วอก

ฉลู

มะเส็ง

จอ

จอ

ฉลู

มะโรง

มะแม

กุน

ขาล

มะเมีย

กุน

กุน

ขาล

มะเส็ง

วอก

จอ

เถาะ

มะแม

                เมื่อถึงปีชงเราจะชงกับทั้งคนที่เกิดปีนั้นและชงกับปีด้วย ดังนั้นในช่วงตรุษจีนคือประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของปีชงให้คนที่ปีชงนั้นไปแก้ชง โดยวิธีการแก้ชงมีดังนี้

๑.       ไปถึงวัดไปที่โต๊ะที่มีพระอยู่ แล้วซื้อ ธูป เทียน กระดาษเงินกระดาษทอง น้ำมันเติมตะเกียง ๔๐ บาท

๒.     เอากระดาษเงินกระดาษทอง กับน้ำมันไปฝากไว้ในโบสถ์

๓.     จากนั้นจุดธูปเทียน แล้วเอาเทียนไปปักที่ปักเทียน จากนั้นเอาธูปปักทุกกระถาง กระถางละ ๓ ดอก ครบทุกกระถาง จนเหลือธูป ๖ ดอก

๔.     นำธูป ๖ ดอกเข้าโบสถ์ซ้ายมือไปไหว้ไท่ส่วยเอี้ยขอพร

๕.     เดินเข้าไปอีกซื้อกระดาษแดงกับกระดาษเงินกระดาษทอง ๑๐๐ บาท

๖.      เขียนชื่อนามสกุล วันเดือนปีเกิดเวลาเกิดในกระดาษแดง เอามาปัดออกจากตัวเรา ๑๒ ที ห้ามปัดเข้าเด็ดขาด จากนั้นขอพรแล้วเอากระดาษแดงกับกระดาษเงินกระดาษทองไปวางในตระกร้าให้พระทำพิธี

๗.     เอาน้ำมันกับกระดาษเงินกระดาษทองที่ฝากไว้ตอนแรกออกมา แล้วเอาน้ำมันเติมทุกตะเกียง

๘.     นำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผา เป็นอันเสร็จพิธี

 

อย่างไรก็ตามแม้เราจะแก้ชงแล้ว เราก็ควรระมัดระวังกายวาจาใจในปีชงดังนี้

๑.             ระวังคำพูด การเขียน การสื่อสาร เพื่อมิให้เกิดการขัดแย้ง

๒.           ระวังการกระทำไม่ให้ผิดศีล ผิดกฏหมาย และเดือดร้อนผู้ใด

๓.           ให้คิดบวก คิดสิ่งๆ ดี มองโลกในแง่ดี และมีความหวังเสมอ

 

คนเรานั้นมีสิ่งสำคัญประการหนึ่งที่ควรกระทำก็คือการอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ ถ้าปีเราชงเราควรอ่อนน้อมให้มาก อะไรที่ยอมได้ก็ยอมไป อย่าเชื่อมั่นตนเองมากเกินไปว่าตนเองไม่ผิด แม้บางอย่างเราไม่ผิด เราก็ต้องยอมรับผิด เพื่อชีวิตผ่านปีชงไปได้ ให้แกล้งโง่ แกล้งไม่รู้เรื่อง และอ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ แม้เขาจะแก่กว่าไม่กี่ปีก็ควรเคารพ ถ้าเขามีคุณวุฒิมากกว่า อย่าเถียงดื้อดึงอวดฉลาด เพราะจะมีภัยมหันต์ คนที่ทำงานที่ใดก็ไม่นาน มักจะเป็นคนที่เถียง คนที่สู้ ยอมหักไม่ยอมงอ การเป็นคนอ่อนเข้าไปหาคนอื่นต่างหากคือคนฉลาด คนที่รู้จักอภัยทานและการเมตตาคือผู้ชนะที่แท้จริง โดยเฉพาะการทำงานในบริษัทเอกชนนั้นยิ่งต้องอ่อนน้อม และต้องไม่พูดมาก ทำมากกว่าพูด ตั้งใจทำงาน ถ้าหัวหน้าไม่สั่งงาน ให้ของานทำเอง อย่าไปนั่งเฉยๆ รอให้เขามาสั่ง ถ้าทำเช่นนั้นถือว่าทำงานไม่เป็น นอกจากนี้ยังต้องรอบคอบ ตรวจตรางานทุกครั้งก่อนที่จะส่งด้วย

 

ขอให้ผู้อ่านสังเกตคนรอบๆ ตัวให้ดีๆ ท่านจะเห็นว่าคนที่อ่อนน้อมถ่อมตนมักจะเป็นคนที่มีดีจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการงาน การเงิน และชื่อเสียง ส่วนคนที่เย่อหยิ่งและดูถูกคน แท้ที่จริง เมื่อมองให้ดีๆ แล้วมีปมด้อยมากมาย

 

 

 

 

 

 

 

พระบรมรูปรัชกาลที่ ๕

 

พระบรมรูปรัชกาลที่ ๕ ที่มีชื่อเสียงในประเทศก็คือพระบรมรูปทรงม้าที่บริเวณพระราชวังดุสิต และที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้นนักเรียน นักศึกษานิยมไปไหว้เพื่อให้สอบเอ็นทรานส์ติด และสอบผ่าน

 

รัชกาลที่ ๕ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์อันที่รักยิ่งของประชาชน ทรงมีพระเมตตาต่อคนไทย ให้มีการเลิกทาส ให้มีการตั้งโรงเรียนแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันก็คือจุฬลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังมีพระเมตตาอื่นๆ ที่จะยกมากล่าวในที่นี้ยังไม่หมด พระองค์เป็นกษัตริย์ที่อ่อนน้อมถ่อมพระองค์ เข้าได้กับชนทุกชั้น ไม่เคยถือพระองค์ว่าเป็นกษัตริย์ และมีบุญญาธิการใหญ่หลวง จึงได้รับการถวายพระนามเป็น พระปิยะมหาราช

 

ผู้เขียนเองเคยเรียนที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นคนขยันจึงสอบเข้าเรียนต่อได้หลายครั้ง ทั้งมัธยม ปริญญาตรี และปริญญาโท แต่หัวไม่ไวไม่ดีเท่าไร จึงกลัวสอบเรียนไม่จบ เรียนก็มักจะได้คะแนนคาบเส้นเสมอ เมื่อใกล้เรียนจบ จึงไปไหว้ขอพรให้สอบผ่าน ปรากฏว่าปีนั้นสอบได้คะแนนดีมากเป็นประวัติการณ์ จากนั้นยังสอบเข้าปริญญาโทได้อีก เมื่อเรียนปริญญาโทก็เรียนไม่เก่งอีก จึงได้ไปไหว้ขอพรท่าน ปรากฏว่าสอบได้คะแนนท็อป ๑ วิชาได้ ๙๘ เต็มร้อย ซึ่งเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์อย่างมาก

 

การบูชาท่านนั้นให้จุดธูป 9 ดอก (การบูชาครั้งแรกต้องจุดธูป 16 ดอก) เตรียมเครื่องสักการะ

เครื่องสักการะให้ถวาย

๑.             น้ำมะพร้าวอ่อน

๒.           กล้วยน้ำว้า

๓.           ทองหยิบ

๔.           ทองหยอด

๕.           บรั่นดี

๖.            ซิการ์

๗.           ข้าวคลุกกะปิ

๘.           ดอกกุหลาบสีชมพู

 

แล้วสวดคาถาบูชาดังนี้

 

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

อิติปิ โส วิเสเสอิ อิเสเส พุทธะนาเมอิ

อิเมนา พุทธะตังโสอิ อิโสตัง พุทธะปิติอิ

พระสยามมินโท วะโรอิติ

พุทธะสังมิ อิติอะระหัง

สะหัสสะกายัง วะรังพุทโธ

นะโม พุทธายะ มาสีสะมานัง

 

ขอเดชะใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า ...(ชื่อ) ขอถวายบังคมองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง

ขออัญเชิญพระบารมีแห่งพระองค์โปรดดลบันดาล ให้ข้าพระพุทธเจ้า

มีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าทั้งชีวิตครอบครัว และธุรกิจการงาน

หวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนา ขออัญเชิญพระบารมีแห่งพระองค์

โปรดดลบันดาลพิทักษ์รักษา ปกแผ่ให้ปวงชนชาวไทยทั้งชาติ

ปราศจากภยันตราย อันก่อความแตกแยกสามัคคี ให้มีแต่สันติสุข

ขอให้ชาติไทยอันมีองค์พระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ธำรงไว้ซึ่งประชาธิปไตย เพื่อให้ปวงชนชาวไทยอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็น

เป็นสุข ภายใต้พระบารมีของล้นเกล้าล้นกระหม่อมแห่งองค์พระบาท

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และพระมหากษัตราธิราชไทยทุกพระองค์ด้วยเทอญ

 

คาถาจากเว็บไซต์ http://www.salatham.com/prayer/rama5.htm

 

                ผู้ที่นับถือรัชกาลที่ ๕ ต้องยึดมั่นคุณธรรมคือความกตัญญูต่อบิดามารดาและผู้มีพระคุณทุกคน แม้ใครทำดีกับเราเล็กน้อยก็ควรสำนึกและตอบแทน อย่าเนรคุณหักหลังผู้มีพระคุณ ไม่เช่นนั้นไหว้ท่านไป ก็ไม่ได้ผล  พระบรมรูปรัชกาลที่ ๕ ที่อยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพญาไทนั้น นักเรียนนิยมไปไหว้เพื่อให้สอบเข้าโรงเรียนเตรียมได้ ถ้าเด็กคนไหนอยากเข้าเรียนที่นี่ให้ไปขอพร และยึดหลักความกตัญญูต่อบิดามารดา เพราะถ้าไม่มีท่านแล้ว เราก็ไม่มีทางสอบเข้าได้ คำขวัญของโรงเรียนเตรียมก็คือ ความกตัญญูกตเวที คือเครื่องหมายของคนดี

ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

 

 

                ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครคือศาลที่บรรจุดวงชะตาของประเทศไทยไว้ มีสองเสาคือเสาแรกสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้จัดให้มีพระราชพิธียกเสาหลักเมืองเพื่อสิริมงคลของการก่อร่างสร้างเมือง ซึ่งกระทำในวันอาทิตย์ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๖ ปีขาล ตรงกับวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๓๒๕ เวลา ๐๖.๕๔ น.

 

 

                ต่อมาเมื่อรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เสด็จขึ้นครองราชย์ ทรงตรวจดวงชะตาของบ้านเมือง แล้วเกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย จึงทรงโปรดให้มีแก้เคล็ดโดยการแปลงรูปศาลหลักเมืองเสียใหม่ให้มีลักษณะเป็นรูปปรางค์

 

ในครั้งนั้นได้มีการให้ประดิษฐานเสาหลักเมืองใหม่ ซึ่ง ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๓๙๕ เวลา ๐๔.๔๘ น.

 

 

วิธีการบูชาศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

สำหรับการบูชาศาลหลักเมืองให้สวดคาถาบทต่อไปนี้

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อาระหะโต สัมมาสัมพุธัสสะ (๓ จบ)

ศรีโรเม  เทพเทวานัง  พระหลักเมืองเทวานัง 

พระภูมิเทวานัง  ทีปธูปจะบุปผัง  สักการะวันทนัง 

สูปพยัญชนะ  สัมปันนัง  สารีนัง  อุททะกัง  วะรัง 

เตปิตุมเห  อานุรักษ์ขันตุ  อาโรขเยนะ  สุเขนะจะ

 

เครื่องบูชาศาลหลักเมือง

๑.             ธูป ๓ ดอก 

๒.           เทียน ๑ เล่ม 

๓.           ทองคำเปลว 

๔.           ดอกบัว  ๒  ดอก 

๕.           พวงมาลัย  ๒ พวง 

๖.            ผ้าแพร  ๓ สี ๑ ชุด

 

วิธีการบูชา

๑.             ถวายพวงมาลัยหลักเมืององค์จริง

๒.           ถวายพวงมาลัยหลักเมืององค์เทพารักษ์ทั้ง ๕

๓.           เติมน้ำมันพระประจำวันเกิด 

๔.           อธิษฐานถึงวิ่งที่หวัง ยกพระเสี่ยงทาย ๒ ครั้ง ถ้าทำสำเร็จ  ขอให้ยกพระขึ้นในครั้งแรก  ขอให้ยกพระไม่ขึ้น  ถ้ายกครั้งที่ ๒ คำอธิษฐานจะเป็นจริงถ้าการเสี่ยงทายสำเร็จ

 

วันและเวลาเปิดปิดของศาลหลักเมืองคือทุกวัน ตั้งแต่เวลา  ๐๘.๐๐๑๗.๐๐ น.

สถานที่ตั้งอยู่ที่ ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสนามหลวง  ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง  ถ.สนามไชย  เขตพระนคร  กรุงเทพฯ

 

                เสาหลักเมืองทั้งสองต้นทำให้เมืองไทยรอดพ้นจากภัยอันตรายของต่างชาติ สงครามกลางเมือง และสิ่งอัปมงคลมากมาย ผู้ที่มีปัญหาไม่ว่าเรื่องใดๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรื่องการงาน ให้ไปสักการะท่าน แล้วท่านจะช่วย ผู้เขียนเคยไปไหว้ ตอนแรกนั้นรู้สึกเครียดๆ แต่เมื่อไหว้แล้วรู้สึกโล่งขึ้นมาในทันใด ผู้ที่จะไหว้สักการะศาลนี้จะต้องจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ การบูชาจึงจะได้ผล

 

ศาลเจ้าแม่กวนอิม

 

                ศาลเจ้าแม่กวนอิมเป็นเทพเจ้าที่ชาวจีนนิยมนับถือกันมากที่สุด เจ้าแม่กวนอิมนั้นเกิดปีฉลู ราศีเกิดคือราศีมีน คนที่นับถือเจ้าแม่กวนอิมจึงไม่รับประทานเนื้อวัว เพราะเป็นสัตว์ในปีเกิดเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่กวนอิมเกิดเป็นพระราชธิดาของฮ่องเต้เมี่ยวจวง ชื่อพระธิดาเมี่ยวซ่าน เป็นสตรีที่สนพระทัยในศาสนา มีจิตใจเมตตาธรรมสูง และยอมแลกชีวิตเพื่อช่วยเหลือพระราชบิดา ทำให้ในที่สุดบรรลุธรรมไปเป็นเจ้าแม่กวนอิม ชาวจีนจึงนิยมที่บูชาเจ้าแม่กวนอิมมาก ลักษณะรูปร่างหน้าตาของเจ้าแม่กวนอิม เป็นผู้หญิงขาว สวย ผิวพรรณดี ค่อนข้างเจ้าเนื้อ มีผู้ที่สักการะบูชาท่านแล้วได้รับผลดี และสิ่งดีๆ มากมายเข้ามาในชีวิต ครั้งหนึ่งเพื่อนของผู้เขียนได้ทำกระเป๋าสตางค์หาย แล้วอธิษฐานขอกับท่าน แล้วตั้งใจว่าจะรับประทานเจ ต่อมาไม่นานก็ได้กระเป๋าสตางค์คืนมา เขาจึงนับถือท่านเรื่อยมา และมักจะรับประทานเจเสมอเมื่อมีโอกาส

 

                สถานที่สักการะเจ้าแม่กวนอิมมีมากมายในประเทศของเราเช่น อำเภอสวนผึ้ง ราชบุรี ศาลเจ้าแม่กวนอิมสัมพันธวงศ์ ศาลเจ้าแม่กวนอิมคลองสาน ศาลเจ้าแม่กวนอิมโชคชัยสี่ ฯลฯ ซึ่งหาสถานที่สักการะท่านได้ง่ายมาก เพราะคนนิยมกันทั่ว เมื่อไปสักการะแล้วให้จุดธูปเทียนบูชาแล้วสวดบทสวดดังนี้

 

คาถาสวดบูชาเจ้าแม่กวนอิม

บทสรรเสริญพระคุณ

นะโมกวงซิอิม ผ่อสัก

นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)

นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)

นำโมไต๋ชื้อ ไต๋ปุย กิวโคว่ กิวหลั่ง กวงไต๋เล่งก้ำ กวงสี่อิมผู่สัก (กราบ)

นำโมฮูก นำโมหวบ นำโมเจ็ง นำโมกิวโคว่ กิวหลั่ง กวงสี่อิมผู่สัก ทั่งจี้โต

โอม เกียล้อฮวดโต เกียล้อฮวดโต เกียล้อฮวดโต ล้อเกียฮวดโต ล้อเกียฮวดโต

ซาผ่อออ เทียงล้อซิ้ง ตี่ล้อซิ้ง นั้งลี่หลั่ง หลั่งลี่ซิ้ง เจ็กเฉียก ใจเอียง ห่วยอุ่ยติ๊ง

นำโมม่อออป่อเยี๊ยปอล้อบิ๊ก (กราบ)

 

บทมหากรุณาธารณีสูตร

โชยชิ่ว โชยงั่ง บ่อไหง๋ ไต่ปุยซิมทอลอ นีจิ่ว (๓ จบ)

ปึงซือออนีทอ ยูไล้ (๓ จบ)

นำมอ ฮอลาตัน นอตอลา เหย่ เย

นำมอ ออลีเย ผ่อลูกิดตีซอปอลาเย

ผู่ทีสัตตอพอเย หม่อฮอสัตตอพอเย

หม่อ ฮอเกียลูนี เกียเยงัน สัตพันลาฮัวอี

ซูตัน นอตันเซ

นำมอ สิดกิด ลีตออีหม่งออลีเย

ผ่อลูกิด ตีสิด ฮูลาเลงถ่อพอ

นำมอ นอลา กินซี

ซีลี หม่อฮอพันตอซาเม

สะพอ ออทอ เตาซีพง

ออซีเย็น สะพอ สะตอ นอมอ พอสะตอ

นอมอ พอเค มอฮัว เตอเตา

ตันจิต ทองัน ออพอ ลูซี

ลูเกียตี เกียลอตี อีซีลี

หม่อฮอ ผู่ทีสัตตอ สัตพอ สัตพอ

มอลา มอลา มอซี มอซี ลีทอยิน

กีลูกีลูกิดมง ตูลู ตูลู ฟาเซเยตี

หม่อ ฮอฮัว เซเยตี ทอลา ทอลา

ตีลีนี สิด ฮูลาเย เจลา เจลา มอมอ ฮัวมอลา หมกตีลี

อีซี อีซี สิดนอ สิดนอ ออลาซัน ฮูลาเซลี

ฮัวซอ ฮัวซัน ฮูลา เซเย

ฮูลู ฮูลู มอลา ฮูลู ฮูลู ซีลี ซอลา ซอลา

สิดลี สิดลี ซูลู ซูลู ผู่ถี่เย ผู่ถี่เย ผู่ถ่อเย ผู่ถ่อเย

มีตีลีเย นอลา กินซี ตีลีสิด นีนอ

ผ่อเย มอนอ ซอผ่อฮอ สิดถ่อเย ซอผ่อฮอ

หม่อฮอ สิดถ่อเย ซอผ่อฮอ สิดทอยีอี

สิดพันลาเย ซอผ่อฮอ นอลากินซี ซอผ่อฮอ

มอลานอลา ซอผ่อฮอ สิดลาเซง ออหมกเคเย

ซอผ่อฮอ ซอผ่อหม่อฮอ ออสิดถ่อเย ซอผ่อฮอ

เจกิดลา ออสิดถ่อเย ซอผ่อฮอ ปอทอมอกิดสิดถ่อเย

ซอผ่อฮอ นอลากินซี พันเคลาเย ซอผ่อฮอ

มอพอลี เซงกิดลาเย ซอผ่อฮอ

นำมอห่อลาตัน นอตอลาเยเย

นำมอออลีเย ผ่อลูกิตตี ชอพันลาเย ซอผ่อฮอ

งันสิดตินตู มันตอลา ปัดถ่อเย ซอผ่อฮอ

 

คาถาจากเว็บไซต์ http://www.salatham.com/prayer/guanim.htm

 

 

                นอกจากนี้การเช่ารูปเจ้าแม่กวนอิมมาบูชาที่บ้านก็เป็นที่นิยมกันมาก เชื่อกันว่าคุ้มครองเภทภัย และทำให้เกิดสิ่งมงคลกับชีวิตมากมาย

 

ศาลเจ้าแม่ทับทิม

 

                ศาลเจ้าแม่ทับทิมมีชื่อในภาษาจีนว่าศาลเจ้าจุยบ่วยเนี้ย ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเลที่ชาวจีนไหหลำนับถือ มีเครื่องประดับประจำคือทับทิมหรือพลอยสีแดง ศาลเจ้าแม่ทับทิมที่มีชื่อเสียงมากในประเทศไทยได้แก่

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม เชิงสะพานซังฮี้ กรุงเทพมหานคร

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม พาหุรัด กรุงเทพมหานคร

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม ปากคลองภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม ปากน้ำปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม ปากน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม จังหวัดพิจิตร

    * ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-เจ้าแม่ทับทิม ปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม ต.ท่าผา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม ถ.ทิพย์ช้าง อ.เมือง จ.ลำปาง

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม ถ.ปรีดา อ.เมือง จ.ปัตตานี

    * ศาลเจ้าซัมเทียนเฮวกึ๋ง ถ.กระบี่ ต.วิชิต อ.เมือง จังหวัดภูเก็ต

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม สวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย

    * ศาลเจ้าแม่ทับทิม จังหวัดอุตรดิตถ์

      ศาลเจ้าแม่ทับทิม อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์

    * ศาลเจ้าม่าจ้อโป๋ ถ.- อ.- จังหวัดพังงา

    * ศาลเจ้าพ่อปึงเถ่ากงม่า เจ้าแม่ทับทิม ริมเขื่อนท่าน้ำนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

 

                การสวดบูชาเจ้าแม่ทับทิม เรานิยมใช้บทสวดบูชาของเจ้าแม่กวนอิม เจ้าแม่ทับทิมนั้นมีตัวตนจริงๆ เป็นชาวจีนฮกเกี้ยน ในวันเกิดของท่าน เจ้าแม่กวนอิมได้มาเป็นสักขีพยาน เมื่อเติบโตขึ้นมาเป็นคนเฉลียวฉลาด พูดน้อย มีความสามารถในการช่วยเหลือคนเรือ ให้รอดเข้าฝั่งได้ ได้เรียนหนังสือเพราะว่าเป็นคนสติปัญญาดี ซึ่งในสมัยนั้นโดยมากผู้หญิงจะไม่ได้เรียนหนังสือ นอกจากนี้ท่านยังเก่งทางการแพทย์มาก ช่วยเหลือคนมากมายให้รอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บจึงเป็นที่รักใคร่ของทุกคน แต่ท่านเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย คือหลับไปแล้วเสียชีวิตแบบสบาย ผู้ที่ต้องการเดินทางทางน้ำให้ไปบูชาเจ้าแม่ทับทิมแล้วท่านจะปลอดภัย นอกจากนี้ท่านยังช่วยคนให้รอดพ้นจากระเบิดในสงคราม และช่วยให้คนมีโชคลาภอย่างน่าอัศจรรย์

 

 

ศาลเจ้าพ่อเสือ

ศาลเจ้าพ่อเสือตั้งอยู่ที่บริเวณเสาชิงช้ากรุงเทพมหานคร เป็นศาลที่ชาวไทยและชาวจีนนิยมไหว้เพื่อเสริมดวงด้านการงาน และอำนาจบารมี ในการไหว้ศาลเจ้าพ่อเสือนั้นจะต้องเตรียมธูป ๑๘ ดอก และเทียนแดงคู่ไปใช้ในการไหว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าพ่อเสือตั้งอยู่อีกหลายแห่ง ตามวัดจีนทั่วไป เช่นที่คลองเตย คลองสาน บางพลัด ฯลฯ เมื่อไปถึงศาลให้จุดธูปเทียนบูชา แล้วสวดคาถาดังนี้

เหี่ยง เทียง เสี่ยง ตี่ กง เหี่ยง เทียง เสี่ยง ตี่ กงเหี่ยง เทียงเสี่ยง ตี่ กง ฮุกโจ้ว

 

ศาลเจ้าพ่อเสือเป็นศาลที่คนเกิดปีขาลควรจะไปไหว้เสริมดวงอยู่เสมอ และคนที่เกิดปีอื่นๆ โดยเฉพาะปีจอ ปีกุน ก็ควรไปไหว้ด้วยเช่นกัน ศาลนี้เสริมด้านอำนาจบารมี เพราะเสือเป็นสัตว์ที่มีความดุ ทำให้เกิดคนยำเกรง ถ้าเทียบกับดวงไทยก็คือดาวเสาร์ เพราะพระเสาร์เกิดจากเสือ ๑๐ ตัวรวมตัวกัน คนที่เกิดวันเสาร์ กับราศีมังกรซึ่งมีดาวประจำตัวเป็นดาวเสาร์จึงควรไปไหว้เสริมดวงเช่นกัน คนที่เกิดวันเสาร์ต้องเกิดหลังเวลา ๖.๐๐ น. ของวันเสาร์ จึงจะถือว่าเกิดวันเสาร์ตามหลักโหราศาสตร์ ถ้าเกิดเวลา ๐.๐๑ ๕.๕๙ น. แล้ว ตามหลักโหราศาสตร์จะถือว่าเกิดวันศุกร์ ท่านจะสังเกตได้ชัดเจนว่าท่านเกิดวันใดจากลักษณะหน้าตาและนิสัย ถ้าผิวขาว หน้าตาสวยหรือหล่อ รักสวยรักงาม เจ้าชู้ เป็นคนอ่อน ยอมคน มักจะเป็นวันศุกร์ แต่ถ้าคนที่ค่อนข้างใจแข็ง ไม่ค่อยยอมคน ดุ นิสัยเงียบขรึม พูดน้อย มักจะเป็นคนเกิดวันเสาร์

 

ส่วนคนเกิดราศีมังกรนั้นมักจะอยู่ระหว่างช่วงวันที่ ๑๔ มกราคม ๑๕ กุมภาพันธ์ ของทุกปี แต่เกณฑ์นี้ใช้วัดแน่นอนไม่ได้ การระบุช่วงวันของราศีในหนังสือและนิตยสารที่ทายดวง ๑๒ ราศีนั้น เป็นการกะประมาณแบบคร่าวๆ พอเอาเข้าจริงอาจจะไม่ได้เกิดราศีนี้ เช่น คนเกิดวันที่ ๑๓ มกราคม แต่คนละปี คนหนึ่งอาจจะราศีธนู อีกคนอาจจะราศีมังกรก็ได้ นอกจากนี้คนเกิดราศีมังกรยังรวมคนที่เกิดลัคนาราศีมังกรด้วย ลัคนาก็คือเวลาตกฟากของเราว่ากี่นาฬิกาไปตรงกับช่วงเวลาคาบใดบนฟากฟ้า คนเกิดราศีเมษ อาจจะลัคนาราศีมังกรก็ได้ ถ้าเวลาที่เกิดเขาคาบเวลาไปตกกับลัคนาราศีมังกร

 

ผู้อ่านสามารถทราบลัคนาราศีและราศีของท่านได้จากการดูดวงกับหมอดูหรือเข้าไปใช้บริการผูกดวงในอินเทอร์เนต เช่นในเว็บไซต์ http://www.payakorn.com/ ซึ่งเป็นเว็บไซต์โหราศาสตร์ที่คนนิยมเข้าไปกันมาก และในนั้นจะมีโปรแกรมดูดวงทั้งแบบราศีจักร เลข ๗ ตัว ๙ ฐาน ทำนายฝัน ไพ่ยิปซี และมีกระทู้ที่คนราศีต่างๆ ตั้งกัน ซึ่งก็มีกระทู้ของชาวราศีมังกรด้วย ถ้าอยากรู้ว่าราศีแต่ละราศีนิสัยอย่างไร ก็เข้าไปดูในกระทู้ว่ากระทู้ราศีนั้นเขาคุยกันเรื่องอะไร จะสะท้อนนิสัยและเอกลักษณ์ของคนราศีนั้นชัดเจน เช่น ราศีกันย์ชอบคุยเรื่องการทำมาหากิน เรื่องหาเงิน หนี้สิน อสังหาริมทรัพย์ ทำธุรกิจ ฯลฯ ราศีพิจิกชอบพูดแซวเกี้ยวกันไปเกี้ยวกันมา ฯลฯ ราศีมีนชอบพูดเรื่องการเข้าวัดฟังธรรม นั่งสมาธิ ดูดวง ฯลฯ ราศีมังกรก็ชอบคุยเรื่องการทำงาน การสร้างชีวิต ฯลฯ ส่วนราศีที่ไม่ค่อยเชื่อเรื่องโหราศาสตร์ก็จะไม่พบกระทู้ของราศีดังกล่าวในเว็บนี้เลย  เช่น คนราศีตุลย์ ราศีเมษ นานๆ ทีจะมีกระทู้ราศีเหล่านี้ขึ้นมาสักครั้ง

 

ชาวราศีมังกรนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการรอคอย ความอดทน กระมัธยัสถ์ เพื่อสร้างฐานะที่มั่นคง ความรอบคอบ ไตร่ตรอง ที่จะทำการใหญ่ ดังนั้นคนที่คิดจะทำการใหญ่ควรจะบูชาศาลเจ้าพ่อเสือเอาไว้ ยิ่งดวงคนที่ดาวเสาร์เสีย ซึ่งจะทำให้เป็นคนไม่อดทน และขี้เกียจ ยิ่งควรบูชามากๆ เพื่อเสริมดวงตรงนี้ของตนเองให้เด่นชัดขึ้น ในดวงเมืองของประเทศไทยเรายังวางเสาหลักเมืองไว้ที่ปีขาลเพื่อให้ดวงเมืองมีความเข้มแข็งอีกด้วย

 

คนเกิดวันเสาร์ ราศีมังกร ปีเสือนั้นเป็นคนไม่อ่อนหวาน ไม่โรแมนติก แต่มักจะไม่อาภัพเรื่องการแต่งงานหรือมีคู่ เพราะว่าเป็นคนหนักแน่น น่าเชื่อถือ มีหลักฐานมั่นคง ทำให้หาคู่ได้ง่าย และแต่งงานในวัยที่สมควร ต่างกับคนที่ดวงอ่อนกว่า เช่น คนเกิดวันศุกร์ จะมีปัญหาเรื่องคู่มากกว่า เพราะโลเล เชื่อคนง่าย จึงทำให้คนอื่นๆ หลอกลวงความรักเสมอ ดังนั้นให้พึงสังวรณ์ว่าความหนักแน่น ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตคู่ มากกว่าความโรแมนติกและความหน้าตาดีเสียอีก

 

ศาลเจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์

                 

พันท้ายนรสิงห์เป็นวีรบุรุษคนหนึ่งที่คนไทยนับถือในเรื่องของความซื่อสัตย์ และกตัญญูต่อชาติบ้านเมือง ในหนังสือเรียนวิชาสังคมก็ได้บรรจุเรื่องราวของท่านไว้ให้เยาวชนไทยได้อ่านกันด้วย เรื่องราวของท่านคือท่านเกิดในสมัยกรุงศรีอยุธยา ขณะนั้นพระเจ้าเสือเป็นกษัตริย์ ท่านเป็นนายท้ายเรือ วันหนึ่งพระเจ้าเสือเสด็จทางน้ำ แล้วพันท้ายนรสิงห์ได้เป็นพันท้ายเรือในวันนั้นด้วย แต่วันนั้นกระแสน้ำเชี่ยวกราก พันท้ายนรสิงห์ไม่สามารถประคองเรือไว้ได้ โขนเรือพระที่นั่งกระทบกิ่งไม้หักลงไป ซึ่งถือเป็นความผิดประหารชีวิตตามกฎมณเฑียรบาน ท่านจึงได้ไปขอพระราชทานโทษให้ตัดศีรษะของท่านเสีย เพื่อมิให้กฎมณเฑียรบาลเกิดความมัวหมอง

 

                พระเจ้าเสือซึ่งทรงเมตตาและรักท่านมากทรงไม่ยอมให้ประหารท่าน แต่ท่านก็ยังยืนยันความซื่อสัตย์ ให้ลงโทษท่าน ท่านจึงถูกประหารชีวิต และมีคนนับถือในคุณธรรมความซื่อสัตย์ของท่านจึงสร้างศาลเจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์ไว้ที่บ้าน พันท้ายนรสิงห์ ตำบล พันท้ายนรสิงห์ อำเภอ เมือง จังหวัด สมุทรสาคร ให้เราสักการะไว้จนทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีศาลของท่านตั้งอยู่ในประเทศเราอีกหลายแห่ง

 

                คนที่ต้องการให้คนประจักษ์ในความซื่อสัตย์เช่นคนที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต คอรัปชั่น ยักยอกทรัพย์ โกหก ฯลฯ ควรจะไปไหว้ท่านเพื่อเสริมดวงให้คนศรัทธาเคารพในความซื่อตรง แต่คนที่ทุจริต คดโกง ท่านจะไม่ช่วยเด็ดขาด ถ้าจะเป็นข้าราชการแล้ว พันท้ายนรสิงห์นับว่าเป็นข้าราชการที่ตงฉินอย่างมาก นักการเมือง นักธุรกิจ ข้าราชการ เจ้าของธุรกิจ พนักงานเอกชน ทุกคนต้องดูท่านไว้เป็นตัวอย่าง ขนาดสิ่งที่ทำผิดอย่างสุดวิสัยท่านยังรับผิด ต่างกับบางคนที่ทำผิด แล้วโยนความผิดไปให้คนอื่น แบบนี้น่าตำหนิดูแคลน ว่าสู้ท่านไม่ได้เลย

 

                เรื่องราวของท่านสอนให้พวกเราทุกคนจดจำว่าถ้าทำผิดต้องรับผิด ทำกรรมกับใครไว้ต้องชดใช้ ติดหนี้ใครก็ต้องใช้คืน ทำผิดต่อใครก็ต้องรับโทษ ถ้าใครต้องการความซื่อตรงให้เกิดกับหน่วยงานของท่านก็บูชาท่านได้ มีผู้นำประวัติของท่านไปสร้างเป็นละครหลายต่อหลายครั้ง และมีบทเพลงอันไพเราะชื่อว่าน้ำตาแสงใต้ ที่เป็นเพลงคร่ำครวญในวันที่ท่านจะถูกประหารชีวิตและได้กล่าวอำลาจากภรรยาชื่อแม่ศรีนวล

 

นวลเจ้าพี่เอย คำน้องเอ่ยล้ำคร่ำครวญ

ถ้อยคำเหมือนจะชวน ใจพี่หวนครวญคร่ำอาลัย

น้ำตาอาบแก้ม เพียงแซมเพชรไสว

แวววับจับหัวใจ เคล้าแสงไต้ งามจับตา

นวลแสงเพชร เกล็ดแก้วอันล้ำค่า

ยามเมื่อแสงไฟส่องมา แวววาวชวนชื่นชม

น้ำตาแสงไต้ ดื่มใจพี่ร้าวระบม

ไม่อยากพรากขวัญภิรมย์ จำใจข่มใจไปจากนวล

 

 

                คนเราบางคนชอบคิดว่าหากทำผิดแล้วหลบเลี่ยงการรับโทษได้นั้นถือว่าฉลาด แต่ที่จริงแล้วการกระทำนั้นโง่มาก เพราะว่าไม่มีใครในโลกนี้ที่หนีกฎแห่งกรรมพ้น ทำชั่วย่อมได้รับผลชั่วแล้วตายอย่างอนาถ ท่านพันท้ายนรสิงห์นั้นนอกจากจะเป็นคนดีแล้ว ท่านยังเป็นคนฉลาด เพราะการที่ท่านยอมให้ประหารนั้น ชื่อของท่านจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ไทย ดำรงอยู่ยาวนานตลอดไป แต่ท่านยอมไม่รับความผิด ตามที่พระเจ้าเสือทรงเมตตา ท่านจะเพียงเป็นคนธรรมดา ที่อยู่อีกไม่กี่ปีก็ตาย แต่การที่ท่านยอมตายตอนนั้น แต่ชื่อของท่านอยู่ตลอดไป นั่นนับท่านว่าเหนือกว่า

 

                ชีวิตของคนเราที่เกิดมานั้นมีค่าแค่ธุลี ถ้าเราเพียงแต่กิน นอน ใช้ชีวิตไปวันๆ เป็นแค่อณูหนึ่งของจักรวาล คุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เราได้รับจากโลก แต่อยู่ที่สิ่งที่เราให้กับโลกใบนี้ เรื่องของท่านพันท้ายนรสิงห์สอนให้คนยอมรับความผิดของตนเอง เป็นตัวอย่างที่ดีของเยาวชนให้รับในสิ่งที่ตนเองทำ ความซื่อสัตย์เป็นคุณธรรมที่สำคัญที่คนเราควรมี เมื่อเป็นผู้ยิ่งใหญ่แล้วจะได้ไม่ทำผิด ทุจริตคอรัปชั่น ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประเทศชาติ  คนเราอย่ากลัวที่จะรับโทษชดใช้ความผิด การมีชีวิตอยู่นั้นไม่ได้สำคัญเท่ากรรมดีที่จะอยู่ติดตัวทุกชาติไป เจ้าพ่อพันท้ายนรสิงห์นี้ถ้าเทียบกับเทพเจ้าของชาวจีนก็คงหนีไม่พันเปาบุ้นจิ้น เทพเจ้าแห่งความยุติธรรมอย่างแน่นอน

 

หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด

 

 

หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืดเป็นพระที่บูชาเพื่อเสริมดวงให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง

สามารถป้องกันให้แคล้วคลาดจากศัตรู การคิดร้าย อุบัติเหตุ โรคภัย และการกระทำจากอำนาจลึกลับ ผู้ที่ประสบปัญหาดวงตก และมักเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามกับชีวิต ควรนำไปบูชา

 

วิธีการบูชา

๑.             ธูปแขก ๑๑ ดอก

๒.           มะลิขาว ๑ กระทง

๓.           เทียน ๒ เล่ม

๔.           น้ำเปล่า ๑ แก้ว

หลังจากนั้นสวดคาถาหลวงปู่ทวดดังนี้

คาถาสวดบูชา

ตั้งนะโม ๓ จบ

เประมัง ธัมมัง สังฆัง

ปุระมัง ธัมมัง สังฆัง

ปรมัง ธัมมัง สังฆัง

เสสัง ธัมมัง สังฆัง กริยานัง อัตโน โหตุ

คาถาจากเว็บไซต์ http://suadmontoday.blogspot.com/2010/03/blog-post_4358.html

หลังจากนั้นสวดคาถาแผ่เมตตาดังนี้

บทสวดแผ่เมตตา

สัพเพ สัตตา สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งสิ้น

อะเวรา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพพะยาปัชฌา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

อะนีฆา โหนตุ จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ จงมีความสุขกาย สุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ

 

คาถาแผ่ส่วนกุศล

อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดา บิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดา บิดาของข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้ามีความสุข

อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเทวา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพเวรี

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข

อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา

ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ

คาถาจากเว็บไซต์ http://www.konmun.com/Article/id4775.aspx

พระสีวลี 

 

                พระสีวลีเป็นพระที่ส่งเสริมผู้ที่บูชาในเรื่องการเงิน การทำมาค้าขาย การทำธุรกิจ ผู้ที่ต้องการให้ทำมาค้าขึ้น มีเงินทองไหลมาเทมา ควรที่จะบูชาพระสีวลี ซึ่งวิธีการบูชามีดังนี้

 

 

เตรียม

๑.             ธูป ๓ ดอก

๒.           เทียน ๒ เล่ม

๓.           ดอกดาวเรือง หรือ ดอกมะลิ     

 

พร้อมกันนั้นให้สวดคาถาบูชาพระสีวลี โดยคาถานั้นมีหลายคาถา แต่ละคาถามีความแตกต่างกัน ใช้ในโอกาสต่างๆ กันดังนี้

 

คาถาสวดบูชาพระสีวลี

สีวะลี จะ มหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ ตัง สะทา

สีวะลี จะ มหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ ตัง สะทา

สีวะลี เถระคุณัง เอตัง โสตถิ ลาภัง ภะวันตุ เมฯ

คาถาพระสีวลี คาถาบูชาพระสีวลี หัวใจพระสีวลี

นะชาลีติ

นะ หมายถึง นอบน้อม มีสัมมาคาราวะ

ชา หมายถึง ขวนขวายเรื่องการงาน

ลี หมายถึง ไม่นอนมาก ไม่นอนดึก ไม่ตื่นสาย

ติ หมายถึง ว่าโดยทั้งหมด

คาถาสำหรับท่องตอน ติดต่อลูกค้า คุยกับผู้ใหญ่ ติดต่องานการ

"นะชาลีติ ประสิทธิลาภา"

คาถาจากเว็บไซต์

http://www.tumsrivichai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=5331344&Ntype=41

 

คาถาพระสีวลี(คาถาเมตตามหานิยม)

พุทธังเมตตา นะ ชาลีติ

ธัมมังเมตตา นะ ชาลีติ

สังฆังเมตตา นะ ชาลีติ

สีวะลีเมตตา นะ ชาลีติ

โอมมะพะลัง วา ราชะกุมาโร วา ราชะกุมารี วา

ราชา วา ราชินี วา  คะหัฏโฐ วา ปัพพะชิโต วา

สะมะโณ วา  พราหมโณ วา อิตถี วา ปุริโสวา

วาณิโช วา วาณิชา วา  อุปาสะโก วา อุปาสิกา วา

ทาระโก วา ทาริกา วา สัพเพ อิเม พะหู ชะนา มัง

ปิยายันตุ อาคัจเฉยยะ  อาคัจฉาหิ เอหิ จิตตัง ปิยัง

มะมะ มะหาลาภะสักการา ภะวันตุ เม

คาถาจากเว็บไซต์ http://forum.narandd.com/index.php?topic=2244.0

คาถาบูชาขอลาภพระสิวลี (ประจำวัน)

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ (สวด ๖ จบ)

ฉิมพะลี จะ มหานามัง สัพพะลาภัง ภะวิสสะติ เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ 

ผู้ที่เกิดวันจันทร์ (สวด ๑๕ จบ)

ยัง ยัง ปุริโสวา อิตถีวา ทูเรหิวา สะมีเปหิวา เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะ มะ

 

ผู้ที่เกิดวันอังคาร (สวด ๘ จบ)

ฉิมพะลี จะ มหาเถโร โสระโห ปัจจะยาทิมหิ เชยยะลาโภ มหาลาโภ สัพพะลาภา ภะวันตุ สัพพะทา

วันพุธ (สวด ๑๗ จบ)

ทิตติตถะภะเวราชา ปิยาจะ คะระตุเม เย สารัตติ นิรันตะรัง สัพพะสุขาวะหา

 วันพฤหัสบดี (สวด ๑๙ จบ)

 ฉิมพะลี จะ มหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทา

 วันศุกร์ (สวด ๒๑ จบ)

 ฉิมพะลี จะ มหาเถโร เทวะตานะนะ ระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มหาลาภัง กะโรนตุ เม ลาเภนะ อุตตะโม โหติ สัพพะลาภะ ภะวันตุ สัพพะทา

 วันเสาร์ (สวด ๑๐ จบ)

 ฉิมพะลี จะ มหานามัง อินทาพรหมา จะปูชิตัง สัพพะลาภัง ปะสิทธิ เม เภรัสสานุภาเวนะ สะทา สุขี ปิยัง มะมะ

คาถาจากเว็บไซต์  http://www.watsangkaew.com/webboard/index.php?topic=403.0 

บทสรุปจากใจผู้เขียน

 

                การไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ใช่เรื่องงมงายแต่อย่างใด มีผู้ไหว้สักการะแล้วได้ผลจริง แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องสร้างบุญเสียก่อน จึงจะทำให้การไหว้นั้นสมบูรณ์ ที่สำคัญเราต้องเป็นคนดี เพราะสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะไม่ช่วยเหลือคนที่ไม่ดี ขอให้ทุกท่านตระหนักเอาไว้ คนไทยสามารถไหว้ศาลเจ้าจีนได้ และคนจีนสามารถไหว้พระวัดไทยได้ เพราะทั้งสองชาติต่างก็นับถือศาสนาพุทธเช่นเดียวกัน แม้จะต่างนิกายก็ตาม เพราะพุทธเจ้าสอนให้เราไม่ยึดติดกับรูปแบบ นอกจากนี้ศาสนาพุทธยังเปิดโอกาสให้ชาวพุทธนับถือศาสนาอื่นและใช้หลักคำสอนของศาสนาอื่นด้วย เพราะความเข้าใจถึงความไม่เที่ยงของสิ่งต่างๆ และความรู้แจ้งว่า ตัวกูของกูนั้นไม่มี ท่านจึงไม่ยึดติดว่าต้องนับถือแต่ท่านเท่านั้น นี่เป็นจุดเด่นของศาสนพุทธที่สะท้อนได้ชัดเจนว่าพระพุทธเจ้ามีพระอัจฉริยภาพรู้แจ้งเห็นจริงจนหลุดจากกรอบของแบบแผนไปแล้ว

 

                ถ้าผู้อ่านติดขัดทางด้านเวลาและเครื่องมือในการบูชา ท่านก็สามารถบูชาที่บ้านด้วยใจก็ได้ เพราะว่าใจที่ใสสะอาดจะทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ กระจ่างขึ้นเอง และช่วยให้ท่านรอดพ้นจากเคราะห์กรรมได้ แต่ถ้ามีโอกาสลองนั่งรถผ่านแล้วอธิษฐาน ถ้าจิตใจบริสุทธิ์ท่านก็ได้รับอานิสงค์ในการคิดดีแล้ว ถ้ามีโอกาสแล้วสะดวกค่อยไปไหว้ ไม่ใช่เวลาไม่มี เงินก็ไม่มี ยังพยายามจะไป ทำให้เดือดร้อนหนักเข้าไปอีก

 

                การไหว้สิ่งสักดิ์สิทธิ์นั้นนอกจากจะไหว้ขอพรให้ตนเองแล้ว ลองไหว้ขอพรให้คนอื่นๆ เช่น ญาติ คนรัก เพื่อน หรือไม่ก็ทุกๆ คนบนโลกเราก็ได้ เวลาทำบุญให้ขอทานหรือเด็กกำพร้า แทนที่จะขอให้ตนเองร่ำรวยหรือมีโชคลาภ ลองขอให้ขอทานนั้นร่ำรวย หรือขอให้เด็กกำพร้ามีคนอุปการะ จะได้ทำให้เกิดความสุขใจอย่างประหลาด มากกว่าขอให้ตนเองเป็นไหนๆ

 

                ความทุกข์ยิ่งรับมา ยิ่งน้อยลง ความสุขยิ่งให้ไป ยิ่งมากขึ้น

 

                นี่คือหลักทางคณิตศาสตร์ของการทำความดีที่ผู้เขียนอยากจะฝากไว้สุดท้ายนี้

 

 


Tel:  

 

084-1547917  

 
E-mail:  

 

p_vida@hotmail.com

 
 
 
Website: http://www.pavida.pantown.com/

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.