ReadyPlanet.com
dot dot
dot
กลับหน้าหลัก
dot
bulletกลับสู่หน้าหลักเว็บบ้านพยากรณ์
dot
บริการของเรา
dot
bulletคอร์สไพ่ยิปซี ทีเดียวเซียน
bulletคุยกับนักพยากรณ์
bulletรับจัดงานEvent
bulletดูดวงผ่าน SMS
bulletรับสมัครหมอดูบ้านพยากรณ์
bulletไพ่ยิปซี อี้จิง เซียมซี
bulletสินค้าบ้านพยากรณ์
bulletระบบ1900-108-059
bulletฟังเพลงออนไลน์
dot
สอนดูดวงออนไลน์
dot
bulletสอนดูฮวงจุ้ย
bulletสอนดูยูเรเนียนออนไลน์
bulletสอนทำนายลายมือ
bulletสอนไพ่ยิปซีออนไลน์
dot
เว็บบอร์ด
dot
bulletเช็คดวงฟรี 1 คำถาม กับบ้านพยากรณ์
dot
เกี่ยวกับเรา
dot
bulletประวัติบ้านพยากรณ์
bulletหมอดูบ้านพยากรณ์
bulletเกี่ยวกับอ.กิติคุณ พลวัน
bulletบทสัมภาษณ์อ.กิติคุณ
bulletบทสัมภาษณ์อ.นก ยิปซีดวงดาว
bulletบทสัมภาษณ์พ่อมดพยากรณ์
bulletบทสัมภาษณ์อ.ธีระ พึ่งนิล
bulletบทสัมภาษณ์อ.โด่ง ดวงดาว
bulletบทสัมภาษณ์โหนบ้านนอก
dot
แนะนำหมอดูโดน
dot
bulletอ.ธีระ พึ่งนิล
bulletหมอซัน
bulletแบงค์ทาโรท์
bulletอ.เต่า หมอดูความรัก
bulletพ่อมดพยากรณ์
bulletอ.เต๋อ ยิปซีพยากรณ์
bulletอ.กิติคุณ พลวัน
dot
Newsletter

dot
bulletโฆษณากับเว็บบ้านพยากรณ์
dot
โฆษณาและแลกลิ้งค์
dot
bulletแลกลิ้งค์กับบ้านพยากรณ์
dot
ทำนายดวงแบบต่างๆ
dot
bulletดวงรายสัปดาห์
bulletดวงรายเดือน
bulletดวงปี2555
bulletดวงปี2553
bulletทำนายความรัก
bulletแบบทดสอบ ทายนิสัย ดวงทั่วไป
bulletทำนายดวง 12 ราศีแบบจีน
bulletดวง 12 ราศี แบบชาย-หญิง
bulletทำนายดวงดารา
bulletทำนายฝัน
bulletทำนายสด
dot
รวมบทความต่างๆ
dot
bulletรวมบทความจากหมอดู
bulletบทความแนะนำร้านอาหาร
bulletรวมเรื่อง-รูป สยองขวัญ
dot
เว็บเพื่อนบ้าน
dot
bulletกูสยาม
bulletพยากรณ์
bulletมหาหมอดู
bulletชมรมโหรประยุกต์
bulletซีทาโรท์
bulletไทยทาโรท์มาสเตอร์


@ นานาสาระ @












@ เว็บพันธมิตร @


thaiholyname.com
ดูดวง


eXTReMe Tracker



รัชกาลที่4
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

 


พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โดย อ.ภาวิดา

 

              พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่  18 ตุลาคม พ.ศ. 2347 ซึ่งเป็นปีชวด ท่านทรงเป็นยอดพระมหากษัตริย์นักคิด นักวิทยาศาสตร์ นักโหราศาสตร์ และมีความเชี่ยวชาญทางด้านศาสนาอีกด้วย ท่านทรงก่อตั้งธรรมยุติกนิกายซึ่งเป็นนิกายประจำชาติของเรา

พระราชประวัติของพระองค์น่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้มีพระอัจฉริยะภาพทั้งด้านภาษาและวิทยาศาสตร์ คิดค้นวิทยาการใหม่ๆ ให้กับประเทศของเราเป็นจำนวนมาก สมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งเป็นพระราชโอรสอยู่นั้นท่านมีพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ สมมุติเทววงศ์ พงศ์อิศวรกษัตริย์ ขัตติยราชกุมาร

              เมื่อครั้นที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงสววรคตเมื่อเดือน 8 แรม 11 ค่ำ ได้บรรดาพระราชวงศ์และขุนนางปรึกษาหารือกันว่าผู้ใดควรที่จะได้สืบต่อราชบัลลังค์ ต่อคิดกันว่าควรจะเป็นกรมหมื่นเจษฏาบดินทร์ (พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว) หรือ เจ้าฟ้ามงกุฎ (พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) แต่ด้วยความที่กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์เจริญพระชันษามากกว่าถึง 17 ปี ประกอบกับมีอิทธิพล มีผู้เคารพยำเกรงมาก ทำให้รัชกาลที่ 4 ทรงเกรงพระทัยและขณะนั้นพระองค์ทรงผนวชอยู่ จึงตรัสว่าขอให้พระเชษฐาครองราชบัลลังค์ พระองค์จึงทรงผนวชอยู่ตลอดรัชกาลที่ 3

              พระองค์ทรงผนวชและทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเป็นอย่างดี ทรงก่อตั้งธรรมยุติกนิกาย ทำให้มีคำทำนายเกี่ยวกับรัชกาลของพระองค์ว่า สนิทธรรม จากที่มีคำทำนาย 10 รัชกาลทั้งหมดดังนี้

มหากาฬ    พาลยักษ์  รักมิตร (รักบัณฑิต)   สนิทธรรม  จำแขนขาด ราษฎร์โจร (ราชโจร) ชนร้องทุกข์ ยุคทมิฬ ถิ่นตาขาว(ถิ่นกาขาว) ชาวศิวิไลซ์

              นอกจากนี้ ในรัชกาลของพระองค์คือรัชกาลที่ 4 มีเลขรัชกาลคือเลข 4 ซึ่งในทางโหราศาสตร์ถือว่าน่าแปลกใจมากที่บังเอิญเลขศาสตร์ทุกอย่างของพระองค์เป็นเลข 4 ทั้งสิ้น ได้แก่ เกิดวันพุธ คือเลข 4 เกิดลัคนาราศีกันย์ คือราศีของดาวพุธ เลข 4 เช่นกัน และพระองค์เป็นรัชกาลที่ 4

              ในทางโหราศาสตร์เลข 4 หมายถึงผู้มีปัญญา ผู้ฉลาดในการเรียนรู้ทางโลก ทำให้พระองค์มีความเด่นชัดในเรื่องนี้อย่างมาก เรียนรู้ได้เร็ว มีความรู้มากมาย พระองค์จึงถูกคนอิจฉาริษยา ทำให้เดือดร้อน ถึงขั้นเมื่อเวลาไปบวช ก็ยังถูกตามไปกลั่นแกล้งในผ้าเหลืองนั้นอีก ท่านถูกกลั่นแกล้งจากเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ที่มีอำนาจมากในสมัยนั้นพระองค์คือ พระองค์เจ้าไกรสรกรมหลวงรักษ์รณเรศ  โดยท่านนี้ให้ข้าราชบริพารนำข้าวต้มร้อนๆ มาใส่ในบาตรพระของพระธรรมยุติกนิกายทั้งวัด ทำให้ได้รับความทุกข์ทรมานมากขณะที่อุ้มบาตร นอกจากนี้ทั้งสองท่านยังได้เพ็ดทูลใส่ร้ายท่านต่อรัชกาลที่ 3 ต่างๆ นาๆ ว่าท่านต้องการคิดกบฎล้มล้างราชบัลลังก์ แต่รัชกาลที่ 3 ไม่ทรงเชื่อ

              ต่อมาในปี พ.ศ. 2391 ได้มีผู้นำพระพุทธรูปศิลา แบบพระธยานิพุทธเจ้าปางประทานพร สมัยศรีวิชัย มาทูลเกล้าถวายท่าน ก็มีเหตุที่มหัศจรรย์ทำให้ศัตรูของท่านต้องมีอันเป็นไป คือ พระองค์เจ้าไกรสรกรมหลวงรักษ์รณเรศ หรือหม่อมไกรสรถูกสำเร็จโทษ  พระพุทธรูปองค์นั้นจึงได้รับการขนานนามว่า พระไพรีพินาศ ตั้งแต่นั้น และได้นำมาประดิษฐานที่วัดบวรนิเวศน์วิหาร บางลำภู ซึ่งที่วัดนี้จะมีทั้งองค์จริงและองค์จำลอง โดยองค์จริงๆ จะอยู่ที่พระอุโบสถใหญ่ ส่วนองค์จำลองอยู่ที่เรือนเล็ก ซึ่งเราสามารถหาเช่าบูชาได้ที่วัดนี้

พระไพรีพินาศมีความศักดิ์สิทธิ์จริง และสมพงษ์กับดวงพระชะตาของรัชกาลที่ 4 เนื่องจากพระองค์มีดวงพระชาตาของคนเก่งเด่น ปัญญาเฉียบแหลมทั้งทางโลกและทางธรรม มีดวงของอริศัตรูที่ร้ายแรง ตำแหน่งที่น่ากลัวในทางโหราศาสตร์ นิสัยชอบยุแยง ใส่ร้าย ตามแบบราหูในดวงพระชาตา นอกจากนี้ยังมีดาวศัตรูที่น่ากลัวอีกดวงมากุมพระชะตาอย่างเหนียวแน่น ท่านจึงทรงลำบาก มีอุปสรรคมาก แต่การบวชทำให้ท่านสั่งสมบุญบารมี จนบังเกิดสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาคุ้มพระชะตา ทำให้ศัตรูที่กล้าแข็งของท่านต้องมีอันแพ้พ่ายไปในที่สุด อย่างน่ามหัศจรรย์ การถือศีล การบวชนั้นช่วยได้จริง สามารถช่วยให้ดวงชะตาของคนเราปลอดภัยรอดพ้นจากอริศัตรูได้อย่างแน่นอน

เมื่อท่านได้เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติท่านทรงมีพระชนม์มายุได้ 47 ปี เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2394 สมัยของพระองค์มีชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยมาก ท่านจึงทรงโปรดให้มีการเปลี่ยนแปลงประเพณีให้เป็นไปตามแบบฝรั่งบางประการ เช่น ให้ข้าราชบริพารสวมเสื้อเข้าเฝ้า  ท่านทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับนานประเทศอย่างจริงจัง มีประเทศต่างๆ ส่งคณทูตเข้ามามากมาย ทั้งอังกฤษ  สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เดนมาร์ก  โปรตุเกส เป็นต้น

ในรัชสมัยของท่านมีการทำสนธิสัญญาเบาว์ริ่งเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2398 โดยมีเซอร์ จอห์น เบาริ่ง เป็นผู้ดำเนินการเจริญสัมพันธไมตรี ตามพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าวิกตอเรีย แห่งประเทศอังกฤษ พระองค์ทรงยอมเจริญสัมพันธไมตรี เพื่อต้องการรักษาอธิปไตยของประเทศสยาม แต่ไทยต้องเสียอำนาจอธิปไตยทางการศาล และสิทธิสภาพนอกอาณาเขต รวมทั้งต้องเปิดให้มีการค้าเสรี ให้ชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้าขายได้  สัญญานี้มีระยะเวลายาวนานถึง 70 ปี และเป็นต้นแบบสัญญาระหว่างไทยกับต่างชาติประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ

นอกจากนี้พระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์ได้แก่

1. พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา 

2. พระราชพิธีบรรจุดวงพระชะตาพระนคร ลงในหลักเมือง

3. สถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขึ้นเป็นครั้งแรก 

4. โรงพิมพ์หลวงขึ้นในวัง "โรงราชกิจจานุเบกษา" 

5. สร้าง "โรงกษาปณ์สิทธิการ" ซึ่งเป็นโรงกษาปณ์แห่งแรกในเมืองไทย

6. ตัดถนนและขุด

7. ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

8. ทำนุบำรุงด้านวรรณคดี หนังสือธรรมะ และตำราต่างๆ

ผลงานที่เด่นชัดของพระองค์คือการที่ทรงเป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย  ทรงสามารถทำนายการเกิดสุริยุปราคาล่วงหน้าถึง 2 ปี ซึ่งในสมัยนั้นนับว่าเป็นวิทยาศาสตร์ที่ก้าวล้ำยุคจนชาวต่างชาติต้องตกตะลึง  ท่านทรงคำนวณว่าในวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2411 จะมีการเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง ท่านเสด็จไปทอดพระเนตรด้วยตนเองในวันนั้นที่ตำบลหว้ากอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งที่นั่นได้มีการสร้างอุทยานวิทยาศาสตร์พระจอมเกล้าเอาไว้ด้วย

พระบาทสมเด็จพระเจ้าเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวรด้วยโรคไข้จับสั่น และพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2411 หลังจากกลับจากตำบลหว้ากอไม่นาน

รัชสมัยของพระองค์มีเรื่องที่หลายคนยังไม่ทราบอยู่เรื่องหนึ่ง ทั้งที่เป็นเรื่องที่สำคัญมากก็คือ มีพระมหากษัตริย์สองพระองค์  นั่นก็คือเมื่อพระองค์ทรงขึ้นครองราชย์แล้ว มีพระราชดำริถึงพระอนุชาพระองค์หนึ่งซึ่งพระองค์รักมาก และพระองค์ทรงดีว่าดวงพระชาตาของท่านเสมอเท่าเทียมกับพระองค์ ท่านทรงเกรงว่าจะมีการตั้งตนขึ้นมาเป็นใหญ่ และมีการต่อสู้ ทำให้บ้านเมืองต้องเดือดร้อน ท่านจึงทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้พระอนุชาพระองค์นั้นเป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 เสมอเทียบเท่ากับท่าน ทรงมีพระนามว่าพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

เกร็ดพิเศษประจำรัชกาล

สำหรับด้านโหราศาสตร์รัชกาลที่ 4 ได้ทรงสร้างตำราตรีภพไว้ ซึ่งมีใจความสำคัญดังนี้

สำหรับการทำนายนักโหราศาสตร์จะใช้วัน เดือน ปีเกิดคำนวณ ได้เศษเท่าไร นำมาหาคำทำนายตามหลักการคำนวณให้นำเลขวันเดือนปีเกิดมาบวกกัน โดย 

1. ปีชวด เลข 1 ปีฉลูเลข 2 ไปถึง ปีกุนเลข 12  

2. วันอาทิตย์เลข 1 วันจันทร์เลข 2 ไปถึงวันเสาร์เลข 7 

3. เดือนธันวาคมเลข 1 มกราคมเลข 2 ไปถึงพฤศจิกายนเลข 12

นำมาบวกกันถ้าได้เลขเท่าไรหาร 10 เหลือเศษให้นำมาทำนาย เหลือเศษ 0 คือเท่ากับเหลือเศษ 10เศษที่คำนวณได้ดังนี้

 

เศษ 1  

เสาเรือนไหม้ไฟ 

ไร้เรือนที่เพื่อนพิง 

จะร่อนเร่ระเหระหน  

เพราะว่าชะตาเรา  

ชะตาใครทั้งชายหญิง 

ที่พึ่งพัก พำนักเนาว์ 

เร่งเจียมตนอย่าดูเบา 

โทษประกอบจึงเกิดกรรม 

 

เศษ 2   

จะครองไข้ 

หยูกยาจะหาทำ 

มีโรคร้ายรึงประจำ 

ไม่ถูกแท้จนแก่ตัว 

 

เศษ 3   

ความสบาย 

พอสมสกุลตัว  

มีข้าควายและเกวียนวัว 

เท่าที่ทายสถานกลาง 

 

เศษ 4

 
 

มีข้าครอก 

อุปถัมภ์ล้วนสำอางค์ 

อเนกนอกคณานาง 

บ่ไข้ชุกบ่ทุกข์เป็น 


เศษ 5
 
 

ชะตากลับ 

ภายหลังชะตาเป็น 

ทุนทรัพย์จะแสนเข็ญ 

เศรษฐีทรัพย์นับอนันต์ 

 

เศษ 6   

จะยกญาติ 

เงินตรายศถาพลัน 

เป็นเชื้อชาติประเสริฐสรรค์ 

ทุนทรัพย์ลำดับมี 

 

เศษ 7   

นั้นผ้าขาด 

แต่พักตราเป็นราศ 

จะนุ่งห่มก็เต็มที 

ระคายคับทั้งทรัพย์สิน 

 

เศษ 8   

นั้นเปรื่องยศ 

ทรัพย์ศฤงคารสถานถิ่น  

จะปรากฏกระเดื่องดิน 

ทั้งอำนาจและวาสนา 

 

เศษ 9  

กินข้าวกลางตลาด 

ถึงจะมีวาสนา 

แม้ตระกูลวณิพก  

ดั่งนักเลงสุราบาน  

เสมอชาติสุนักขา 

ต้องประกอบการทำงาน 

ถึงต่ำตกก็บ่นาน 

พอขวนขวายใส่ท้องตน 

 

เศษ 10 

สัณฐานนกแขกเต้า 

แสวงดีย่อมมีผล 

เหมือนปักษีอันมีปีก  

ถ้าประมาทจะเสียการ  

ทำรวงรังเฝ้าระวังตน 

อย่าคลุกเคล้าเหล่าคนพาล 

รู้หลบหลีกธนูพราน 

ถึงชอกช้ำระกำกาย

 

อ.ภาวิดา

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.